‘เกาะห้อง’ สวรรค์แห่งการพักผ่อน ทริปสั้นๆ One Day Tour

1948

H O N G  I S L A N D

k r a b i , t h a i l a n d

กระบี่ หนึ่งในจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก และเป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องความงามของทะเล หาดทรายสีขาว น้ำทะเลใส ปะการัง ถ้ำ และยังมีหมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 100 เกาะ

ฉันตื่นเต้นเป็นพิเศษเพราะนี่เป็นการมาเยือนกระบี่ครั้งแรก…
เรารีบตรงดิ่งไปที่เคาน์เตอร์ของโรงแรมเพื่อสอบถามเรื่อง One day tour ลังเลอยู่พักใหญ่ระหว่างเกาะห้อง และเกาะรอก อารมณ์รักพี่เสียดายน้อง แต่สุดท้ายก็เลือกเกาะห้องเพราะใช้เวลาน้อยกว่า 2-3 ชั่วโมง

แต่ก่อนจะเปิดวาปไปเที่ยวเกาะ ขอแนะนำโรงแรมสักหน่อยเผื่อเป็นตัวเลือกสำหรับเพื่อนๆ ที่มีแพลนมาเที่ยวกระบี่

 

8 ICON AO NANG HOTEL

เป็นโรงแรมที่ฉันเลือกพักตลอดทริปนี้ และไม่ผิดหวังทั้งการบริการ ห้องพัก ความสะอาด โลเคชั่น ทุกอย่างคือ ดี คุ้มค่าราคามาก โรงแรมตั้งอยู่ใกล้กับตลาด มีร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ บรรยากาศครึกครื้นตลอดทั้งคืน

 

 

 

มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ที่พิเศษคือมีกระเป๋าสาน, เสื่อ และรองเท้าแตะเตรียมไว้ให้แขกที่มาพัก สามารถถือไปชายหาดได้เลย (แต่เอากลับมาคืนด้วยนะจ๊ะ)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ : http://igalleria.ihotelandresort.com

สำหรับทริปหนึ่งวันฉันเลือกใช้บริการทัวร์ของบริษัท Phi Phi Tour ตามคำแนะนำของโรงแรมว่าเป็น Premium day trip แต่ฉันติดต่อกับบริษัทโดยตรงเผื่อจะได้ราคาที่ถูกที่สุด ตกอยู่ที่คนละ 1,200 บาท แอบใช้ลูกอ้อนต่อราคาเหลือ 1,100 บาทถ้วน ราคานี้รวมรถรับ-ส่งโรงแรม Tour guide, Mask/Snorkel, เสื้อชูชีพ, น้ำดื่ม, ผลไม้, อาหารเที่ยงแบบบุฟเฟต์ และเรือสปีดโบ๊ท
โดยทัวร์จะพาแวะชม 3 เกาะด้วยกัน คือ
• เกาะเหลาลาดิง
• เกาะพักเบี้ย
• เกาะห้อง

*สำหรับราคาทัวร์มีตั้งแต่ 700 บาทขึ้นไป สามารถเดินหาราคาที่พอใจได้ตามร้านขายทัวร์ทั่วไป แต่การบริการจะต่างกันนิดหน่อย ในเรื่องของอาหารและเรืออาจใช้เรือหางยาวแทนสปีดโบ๊ท

ได้ยินชื่อเสียงความงามของทะเลกระบี่มานาน วันนี้จะได้เห็นกับตาตัวเองแล้ว

8.30 น. รถมารับหน้าโรงแรมมุ่งหน้าไปยังท่าเรือ ห่างจากโรงแรมประมาณ 10 นาทีเท่านั้น ข้อดีของ Phi Phi Tour คือมีท่าเรือเป็นของตัวเอง สะดวกในการขึ้นลงมากๆ และมีของว่างบริการระหว่างรอเรือด้วย

หยิบเสื้อชูชีพกระโดดขึ้นเรือด้วยความตื่นเต้น จับจองที่นั่งตามใจชอบ ใครอยากท้าแดดแนะนำให้นั่งด้านหน้าของเรือเลย แต่เราขอนั่งด้านในก่อนดีกว่ารออาบแดดที่เกาะทีเดียว

 

‘เกาะเหลาลาดิง’ จุดแรกของทริป ห่างจากท่าเรือประมาณ 30 นาที

 

 

 

 

เรามีเวลา 40 นาที ที่นี่ไกด์บอกว่าโปรแกรมทัวร์นี้เหมาะกับการพักผ่อน อาบแดด ดำน้ำตื้น เล่นน้ำมาก แต่ขนาดฉันไม่ได้ดำน้ำ ยังมองเห็นปลาเลย จุดแรกเรียกน้ำย้อยยังสวยขนาดนี้เลย…

นอกจากธรรมชาติที่สวยงามแล้ว เพื่อนร่วมทริปก็เป็นส่วนหนึ่งของความสุข ทุกคนบนเรือต่างพากันอมยิ้มในความน่ารักแกมเจ้าเล่ห์ของหนุ่มน้อยรัสเซีย กับสวยหมวยชาวจีน ทั้งสองพูดภาษาของกันและกันไม่ได้ แต่พยามยามสื่อสารกันด้วยแววตา เป็นสีสันความน่ารักตลอดทริปนี้

 

พักความน่ารักมาต่อกันด้วยจุดที่สอง ‘เกาะผักเบี้ย’ เกาะนี้ไกด์บอกว่าไม่เหมาะกับการเล่นน้ำ เพราะน้ำเชี่ยวและแรงหากว่ายน้ำไม่เป็นอาจก่อให้เกินอันตรายได้ แนะนำให้นั่งพักผ่อนรับลมสบายๆ ริมหาดจะฟินมาก ที่สำคัญถ่ายรูปสวยไม่แพ้กับเกาะแรกเลย

 

 

 

 

‘เกาะห้อง’ พระเอกของเราในทริปนี้

แค่วิวระหว่างทางเข้าเกาะก็กรี๊ดแล้ว ฉันรีบพุ่งตัวไปด้านหน้าของเรือเผื่อเก็บภาพ สีเขียวของน้ำและต้นไม้ ดูแล้วสบายตาสุดๆ

 

 

เมื่อมาถึงไกด์จะนัดหมายเวลานัดพบ บอกข้อปฏิบัติและข้อควรระวังต่างๆ โดยเรามีเวลาอยู่ที่เกาะห้อง 2 ชั่วโมงกว่าๆ ก่อนแยกย้าย ได้เวลามื้อเที่ยงเมนู คือ แกงเขียวหวานไก่ ผัดผักเปรี้ยวหวาน และไก่ทอด พร้อมชากาแฟ อาหารรสชาติกลางๆ ทานได้ทุกเชื้อชาติ หลังจากท้องอิ่มได้เวลาสำรวจความงามของเกาะ

 

เกาะห้อง สวยที่สุดในทริปนี้เลยก็ว่าได้ เพราะเป็นไฮไลท์ของเรา ความน่าสนใจของที่นี่คือการดำน้ำดูปะการัง และปลาน้อยใหญ่ ชาดหาดเหมาะแก่การนอนพักผ่อน อาบแดด และสวรรค์การเล่นน้ำ เล่นทรายของเด็กๆ อีกด้วย และอีกหนึ่งกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมคือการพายเรือคายัคชื่นชมความงามของท้องทะเลอย่างใกล้ชิด โดยค่าบริการลำละ 400 บาท/2 คน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

 

 

 

หลังจากเก็บภาพจนหนำใจ ฉันเลือกปักหลักปูผ้าอยู่บริเวณหน้าหาด หนังสือเล่มโปรด Bikini ตัวเก่ง กับวันที่ฟ้าเปิด คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการนอนอาบแดดอีกแล้ว และนี่คงเป็นวิวในการอาบแดดที่สวยที่สุดของฉัน ขอดื่มด่ำบรรยากาศอย่างเต็มที่ก่อนกลับ

 

ฉันขอยืนยันอีกหนึ่งเสียงว่า ‘ทะเลไทยสวยไม่แพ้ชาติใดในโลก’ ถึงแม้จะเป็นเพียงทริปหนึ่งวันสั้นๆ แต่นอกจากได้ผิวแทนกลับมา ฉันยังได้ภาพความประทับใจมากมาย ทั้งผู้คน เพื่อนร่วมทริป สำหรับฉันการได้มาเห็นวิวสวยๆ ในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ถือเป็นการชาร์ตแบตเติมพลังให้กับตัวเอง อย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง

มีเพียงไม่กี่ที่ที่เราอยากกลับมาอีกเป็นครั้งที่ 2 และกระบี่เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ฉันสัญญาว่าจะกลับมาอีกครั้งอย่างแน่นอน เพราะยังมีอีกหลายเกาะรอให้ไปชื่นชมความงาม

Beast Escape Anyone Can Have

h a v e   a   n i c e   t r i p   : ) 

ให้กำลังใจผู้เขียนกันหน่อย :
พิมจันทร์

Don’t let other tell you how amazing the world is, see it for yourself : )