จีจี้ กิจจา เจ้าแม่คอสตูมละครพีเรียดที่กำลังมาแรงที่สุดในตอนนี้

3394

จีจี้-กิจจา ลาโพธิ์ นักออกแบบเสื้อผ้าละครพีเรียดที่กำลังถูกพูดถึงมากที่สุด การันตีฝีมือด้วยรางวัลนาฏราช สาขาเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยมจากละครมากมายหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ขุนศึก ลูกทาส ข้าบดินทร์  และผลงานล่าสุด บุพเพสันนิวาส  ที่นอกจากละครจะดังเป็นพุแตกแล้ว เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายในละครยังได้รับเสียงชื่นชม กลายเป็นกระแสชุดไทยฟีเวอร์ ที่ทำให้สาว ๆ ทั้งหลายลุกขึ้นมาใส่ชุดไทยกันทั่วพระนคร GU จึงชวนเธอมาพูดคุยถึงเบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้กัน

 

รู้สึกยังไงบ้างที่ตอนนี้กลายเป็นคนดังไปแล้ว

ดีใจมาก คือมัน 2 เด้ง เพราะเราทำเสื้อผ้า แล้วมาเล่นเป็นตัวละครด้วยคนเลยสนใจ ไปเดินซื้อผ้าที่พาหุรัด คนที่รู้จักเราพวกร้านขายผ้าก็จะกรี๊ดกันหมดเลย เขาเห็นแล้วเขาจำได้เลย ทุกคนก็ขอถ่ายรูป แต่ถ้าคนไหนที่ไม่รู้จัก เขาก็จะแบบ ใช่พี่สาลี่ป่าวอ่ะ มีวันนึงอัดรายการกับพี่แมร์อึดตะปึนนัง แล้วบ่าย ๆ ก็ไปเดินพาหุรัด ทรงผมกับหน้าไปแบบนั้นเลย โดนขอถ่ายรูป 30-40 คน ก็เลยรู้สึกว่าอ่อนี่เหรอการเป็นซุปตาร์ เขาเป็นแบบนี้เอง (หัวเราะ)

ขอบคุณภาพจาก IG : kijjalapho

 

มันไม่ยุ่งเหรอ ทำเสื้อผ้าแล้วต้องมาเข้าฉาก

จริง ๆ มันยุ่งนะ แต่ในทีมเราก็มีคนแหละ แต่วันไหนที่เป็นนักแสดงเราก็ไม่ทำงาน แต่งตัวรอสวย ๆ (หัวเราะ)

คุณจีจี้รับบทบ่าวสาลีในละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ขอบคุณภาพจาก IG : kijjalapho

 

บ่าวสาลีและหมื่นสุนทรเทวา ในละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ขอบคุณภาพจาก IG : kijjalapho ขอบคุณภาพจาก IG : kijjalapho

 

คุณจีจี้รับบทบ่าวสาลีในละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ขอบคุณภาพจาก IG : kijjalapho

 

ก่อนที่จะมาเป็นคอสตูมเรียนอะไรมาก่อน

จบเพาะช่าง เรียนวาดรูปจิตรกรรมฝาผนังมา คือเราชอบศิลปะไทยมาตั้งแต่เด็ก ตอนเรียนมัธยมก็เข้าชมรมศิลปะ เรียน Drawing  พอจบ ม.3 มีอาจารย์บอกว่าถ้าอยากเรียนเพาะช่าง ก็ต้องมาเรียนที่เสาวภาจะได้ไปสอบเพาะช่าง

 

ตอนเป็นเด็กทำไมถึงชอบศิลปะไทย

ชอบไปวัด ชอบดูมหรสพต่าง ๆ ตอนเด็กคุณยายพาไปดูลิเก แล้วรู้สึกว่าชุดมันสวยจังเลย การเล่นของเราตอนเด็กคือการเอาริบบิ้นวันปีใหม่มาประดิษฐ์เป็นเครื่องหัว พอโตมาหน่อยก็ไปซื้อแผ่นอลูมิเนียมมาตัดประดิษฐ์เป็นดอกไม้ไหวเอง ชอบประดิษฐ์ชุด เครื่องแต่งตัว

 

เข้าสู่วงการคอสตูมพีเรียดได้ยังไง

เริ่มทำงานกับพี่แหลม ธีรพันธ์ จันทร์เจริญ ถือว่าเป็นหัวหน้าคนแรกในการเข้าสู่วงการบันเทิง ตอนนั้นเขาทำเสื้อผ้าให้ภาพยนต์เรื่องบางระจัน เขามาหาอาจารย์ที่เพาะช่าง ตามหาคนมาช่วยนุ่งโจงกระเบน ก็เลยบอกว่าหนูอยากไป หนูชอบ ตอนนั้นปี พ.ศ. 2542 เรียนอยู่ปี 3 ไปช่วยเขานุ่งโจงกระเบนได้วันละ 300 บาท  ช่วงแรกที่ทำภาพยนต์อยู่กับพี่ปื๊ด ธนิตย์ จิตนุกูล ทำภาพยนต์กับแกหลายเรื่องเลย บางระจัน ขุนแผน ขุนศึก จบมาก็ทำงานกับแกเลย เหมือนกับเคยฝึกงานกับแกเรื่องบางระจัน ตอนฝึกงานไปกับเพื่อนที่เพาะช่าง 3 คน คนที่อยู่รอดคือเราคนเดียว คนอื่นไปอยู่ตามโบสถ์ สวนจิตรลดา ศูนย์ศิลปาชีพ

 

อะไรที่ทำให้หลงรักอาชีพคอสตูม

มันฟินมาก เวลาที่เราได้แต่งตัวให้เขา แล้วเห็นเขาสวยเหลือเกิน สวยเหมือนที่เราคิดไว้ สวยเหมือนตัวละครในวรรณคดี เราโคตรมีความสุขเลย นั่นคือสิ่งที่เรายึดเอาไว้เป็นความสุขในการทำงานของเรา เหมือนเราได้เสพงานศิลปะ เราจะนึกตลอดว่าการทำงานของเราทุกวันนี้มันคือการสร้างงานศิลปะ เราวาดรูป สเก็ตช์รูป ยิ่งเราทำออกมาเหมือนที่เราคิดไว้ นั่นคือสิ่งที่มีความสุขมากเลย สมมติว่าเวลาเราขายงานสเก็ตซ์ งานขายแบบเสื้อผ้า เราต้องสเก็ตช์ก่อน แล้วเรายิ่งหาผ้าได้เหมือนที่เราวาดไว้เท่าไหร่เป็นสิ่งที่เรามีความสุขมากเท่านั้น เวลาทำงานจะนึกถึงพี่วาดรูปนะ เหมือนวาดรูป เส้นเอย สีเอย พี่ก็จะใช้วิธีการคิดแบบนี้

 

จากการที่เรียนวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังมา ทำให้การออกแบบชุดของเราแตกต่างจากคนอื่นด้วยมั้ย

สงสัย ก็ไม่รู้นะว่าคนอื่นเขาต้องเรียนศิลปะไทยเหมือนเราหรือเปล่า คนอื่นเห็นเขาเรียนแฟชั่นดีไซน์ แต่เราไม่รู้เรื่องแฟชั่น ถ้าให้ไปทำละครแฟชั่นก็ทำไม่เป็น ทำไม่ได้ ผู้จัดหลายคนติดต่อให้ทำละครแฟชั่น เราบอกเลยหนูไม่รับค่ะ รัชกาลที่เราถนัด ๆ เลยนะ ร.5 ลงไปได้เลย ชอบ รับหมด แต่ถ้าเป็นรัชกาลนุ่งโจง ใส่เสื้อ  มองไม่เห็นภาพ มันคลุมเคลือ ไม่ถนัด

 

ก่อนที่จะออกแบบชุดไทยให้ตัวละครในแต่ละเรื่องได้ ต้องมีการหาข้อมูลยังไงบ้าง

การทำละครพีเรียด มันสำคัญที่สุดคือการหาข้อมูล วิธีการหาข้อมูลพื้นฐานอันดับแรกเลย เราได้มาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว เรารู้ว่าภาพจิตกรรมไทยของเราคือข้อมูลสำคัญ ลายผ้าเป็นยังไง ในยุคสมัยต่าง ๆ เพราะเวลาเรียนภาพเขียนจิตรกรรมไทย มันจะมีตั้งแต่สมัยอยุธยา มันเหมือนเป็นข้อมูลเบื้องต้นของเรา เพราะเมื่อก่อนการเล่าเรื่องต่าง ๆ มันเกิดขึ้นในภาพจิตกรรมฝาผนัง มันไม่มีภาพถ่าย ภาพเขียนไทยนี่แหละเป็นข้อมูลที่ดี แล้วเราจะมาทำยุคไหนสมัยไหนก็มาหาข้อมูลเพิ่มเติมอีกในหนังสือที่หอสมุดแห่งชาติ หอสมุดศิลปากร (วังหน้า) สมมุติถ้าเป็นอยุธยาข้อมูลที่จะหาใช้ได้มันก็จะเป็นสมุดข่อย ในนั้นจะมีการเขียนบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ เหมือนภาพวาด แล้วก็เป็นหนังสือบันทึกต่าง ๆ บันทึกของลาลูแบร์ บันทึกของขุนหลวงหาวัด มันจะมีกำหนดไว้เลยระเบียบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวัง เราศึกษาอย่างลึกซึ้งนะ ว่าใครยศไหน ใส่ผ้าอะไร

 

ข้อมูลพวกนี้เราสามารถหาจากอินเตอร์เนตได้มั้ย

ในอินเตอร์เนตมันไม่เจาะลึก ฉาบฉวยทั่วไป

 

การทำงานในแต่ละครั้งมีเวลาเตรียมนานเท่าไหร่

ถ้าทำละครอย่างบุพเพสันนิวาส เตรียมงานประมาณ 3-4 เดือน หรือบางเรื่องมีเวลาเตรียมงานน้อยก็เดือนเดียว หน้าที่ของเราเริ่มตั้งแต่ออกแบบเสื้อผ้าตามที่ได้รับบรีฟจากผู้กำกับ แล้วทางผู้จัดละครเขาก็จะมาฟังด้วยเพื่อที่จะได้รู้เรื่องเงินทองของเขา จากนั้นเราก็ตัดเย็บ ออกกอง

 

ขอบคุณภาพจาก IG : kijjalapho

 

ขอบคุณภาพจาก IG : kijjalapho

 

ภาพที่เห็นในละครบุพเพฯ ตรงกับข้อมูลความเป็นจริงหมดเลยมั้ย

ถ้าชุดฝรั่ง เราทำให้ได้ใกล้เคียงที่สุด แต่มีข่าวที่คนเขามาบอกว่าเราทำผิด แต่ก็ถือว่าเขาไม่ได้ว่าอะไร ถ้าเขาบอกว่าเราทำผิด เราก็ว่าเราหาข้อมูลมาแล้ว และมันก็มาบวกกับองค์ประกอบอื่น ๆ  หลายอย่างก็น่าจะได้ประมาณเท่านี้ มันมีข้อจำกัดเรื่องเงินในการทำละคร ไม่ใช่อยากได้อะไรก็ได้เหมือนฮอลลีวูดเขาทำ

 

นอยด์มั้ยที่เราตั้งใจทำแล้วมีคนมาบอกว่าเราทำผิด

นิดหน่อย แต่มันเหมือนเป็นแรงผลักดันให้ครั้งต่อไปต้องทำให้ดีขึ้น เพราะคนหันมานิยมความเป็นไทย แต่งตัวไทยกันมาก ๆ แล้วคนชอบจับผิดกัน จะมีนักวิชาการ หรือผู้รู้ต่าง ๆ ก็จะมาแระ ตอนทำเรื่องข้าบดินทร์ อันนั้นก็โดนด่าเยอะเหมือนกัน ช่วงนั้นยังไม่บูมกันเท่านี้นะ แต่เป็นช่วงเริ่ม ๆ หันมาแต่งกายชุดไทยกันแล้วอันนั้นเป็นผู้รู้ นักวิชาการจริง ๆ มาบอกว่าชุดละครผิดยุค ผิดสมัย แต่ก็ไม่เป็นไร ก็ขอบคุณเขา ทำให้เป็นแรงผลักดันว่าเราต้องทำการบ้านให้ดีขึ้น

 

ความยากหรืออุปสรรคในการทำคอสตูมละครพีเรียดมีอะไรบ้าง

ข้อมูล กับ Budget คือมันต้องการความถูกต้อง ความสวยงามที่สุดในการทำงาน แต่ว่าพอมีเงินน้อยแล้ว มันก็ทำให้ยากขึ้น ยกตัวอย่างสุริโยทัย ผ้าไหมของ จ.อุบลราชธานี  ผ้ากากบัว ราคาผืนละ 30,000 บาท แต่ละครไม่สามารถทำได้ ไม่สามารถมีเงินซื้อผ้าผืนละ 30,000 บาทได้ แล้วเราจะทำยังไงล่ะให้ผ้ามันออกมาเหมือนคล้ายแบบนั้น แล้วอยู่ในราคาที่เราต้องทำได้ นั่นคือการบ้านของเรา เราก็ต้องหาว่าผ้าอะไรที่มาใช้ใกล้เคียงแบบนั้นได้ ตอนแรกก็เริ่มจากหาในเนตก่อนว่าผ้าอะไรใกล้เคียง แล้วเราก็เริ่มเจาะ ๆ เข้าไป ไปเจอผ้าฝ้ายหมัดหมี่ที่ลพบุรี เฮ้ยใกล้เคียง ถือว่าใช้ได้ ถ้าเราได้ดูขุนศึกนะ ผ้าที่ผู้หญิงทุกคนนุ่งในเรื่องขุนศึกคือผ้าหมัดหมี่ลพบุรีหมดเลย เราก็ขับรถไปลพบุรีเลย เข้าไปในหมู่บ้านกล้วย ที่อำเภอบ้านหมี่ แล้วก็ไปหาชาวบ้านว่าอยากได้ผ้าแบบนี้

ส่วนข้อมูล เรื่องฝรั่งถือว่าเป็นเรื่องยากของเรา อย่างในเรื่องบุพเพสันนิวาสมีหลายชาติมาก โปรตุเกส ฝรั่งเศส ฮอลันดา แล้ว 3 ชาตินี้เป็นยุโรปหมดเลย พื้นที่มันอยู่ใกล้ ๆ กัน แล้วมันยากตรงที่ว่ามันเป็นโซนยุโรปด้วยกัน มันใกล้เคียงกัน เราจะทำยังไงให้แตกต่างกันในแต่ละชาติ ญี่ปุ่น แขก จีน อาหรับ ชัดเจน แต่ฮอลันดา ฝรั่งเศส โปรตุเกส มันยาก ก็เลยต้องให้ผู้รู้ไปช่วยหาข้อมูล ต้องมีการเทียบ พ.ศ. ว่าเป็นยุคไหน ในยุคพระนารายณ์ เป็น พ.ศ. ไทยเท่าไหร่ แล้วก็ไปเทียบ ค.ศ. ฝรั่ง แล้วถึงไปหาภาพ หาข้อมูลได้

 

ตั้งแต่ทำคอสตูมพีเรียดมาชุดไหนที่หายากที่สุด

เมื่อก่อนตอนทำหนังปืนใหญ่จอมสลัด จะมี 3 ทีมใหญ่ ๆ ด้วยกัน เพราะเป็นหนังสโคปใหญ่มาก เรารับผิดชอบในส่วนของชาววัง และพวกแก๊งอนันดา พวกชาวน้ำ คนนุ่งผ้าเตี่ยวสั้น ๆ แล้วเพื่อนอีกคนนึงจะทำชาวต่างชาติทั้งหมด อันนั้นสุดยอดของการหาข้อมูล พี่อุ๋ยนนทรีย์ส่งทีมงาน 2 คนไปเก็บข้อมูลทุกอย่างที่อินโดนีเซีย เพราะขนบธรรมเนียมประเพณีในวังของชาวต่างชาติมันยากมาก ต้องหาบ้านที่เป็นเสื้อผ้าเก่า ๆ และคนที่มีความรู้เหมือนอาจารย์เผ่าทองบ้านเรา เขาก็ให้ข้อมูลและส่งรูปมาให้เราดู อย่างผ้าลีมาซองเก็ต เกิดขึ้นในราชสำนักของอินโดนีเซียเมื่อสมัยโบราณ แล้วเมืองไทยมันจะหาได้ที่ไหน เราจะทำยังไงให้มันเกิดขึ้นมาได้อีกครั้งนึง ก็มาดูว่ามันคือเทคนิคการมัดหมี่แล้วก็ยกทอง ผ้ามัดหมี่เรามีอยู่แล้ว แต่มัดหมี่แล้วมายกทองบนมัดหมี่อีกครั้งนึงมันไม่เคยมี เราก็ใช้เทคนิคคือซื้อผ่าหมัดหมี่ของไทยเรานี่แหละแล้วก็เอาไปปักทองเพิ่มขึ้นมา มันก็เหมือนเป็นมัดหมี่แล้วมียกทองขึ้นมา ซึ่งเทคนิคนี้ชาวบ้านทอไม่ได้ นอกจากเป็นคนโบราณเขาทำกัน ปัจจุบันไม่มีแล้ว เราต้องสร้างมันกลับขึ้นมาอีกครั้งนึง เอาผ้ามัดหมี่ที่สวย ๆ ปักทองเข้าไปให้เหมือนเป็นยกทอง

 

ผลงานหรือรางวัลที่ภูมิใจที่สุดคือละครเรื่องอะไร

ตอนทำหนังยังเป็นผู้ช่วย ไม่ได้เป็นเฮดเอง ก็เลยไม่เคยได้รับรางวัลจากการทำหนังเลย แต่พอมาทำละครก็ทำเอง เรื่องแรกก็ได้รางวัลนาฏราชเลยคือเรื่องขุนศึก แล้วเรื่องต่อไปคือลูกทาสของพี่ปิ่นก็ได้รางวัล แต่เรื่องเพชรกลางไฟก็ชอบมาก ชุดสวยมาก เรื่องสนุก แต่ละครไม่ดังไม่รู้เป็นเพราะอะไร

 

ขอบคุณภาพจาก http://praew.com

 

ทำอาชีพนี้มาเกือบ 20 ปีแล้ว เคยมีความรู้สึกอยากเลิกทำบ้างมั้ย

เคย เมื่อตอนอายุจะสามสิบ คิดว่ากุจะเลิกทำเสื้อผ้าแล้ว อยากกลับบ้านไปช่วยที่บ้านขายเป็ดพะโล้ เพราะช่วงนั้นคนทำหนังเหมือนศิลปินไส้แห้ง เรื่องการเงินไม่ดีมาก ๆ แต่พอได้เข้ามาวงการละครเงินดี มันโอเค อยู่ได้

 

ถ้าอยากเป็นคอสตูมละครพีเรียดแบบคุณจีจี้ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

อันดับแรกเลยนะต้องรักในงานมาก เพราะการทำงานมีอุปสรรคเยอะมาก เรายึดมันด้วยความฟินในการทำงาน ความสุขอิ่มเอมใจในการทำชุดออกมาแล้วสวย แต่งตัวละครให้เหมือนกับที่เราคิดไว้ นั่นคือสิ่งที่มีความสุขที่สุด เราจะยึดตรงนั้นไว้เป็นหลัก เวลาทำงานเหนื่อย ๆ เราจะคิดว่าเราต้องสู้  เงินทองเป็นส่วนนึง แต่ถ้าทำได้เงินแต่ไม่มีความสุขก็ไม่ทำ แล้วก็ต้องมีความชอบ มีหลายคนพูดว่าถ้าไม่ชอบมันทำไม่ได้นะแบบนี้

 

สำหรับคอละครพีเรียด เตรียมติดตามผลงานคอสตูมชุดไทยสวย ๆ ของคุณจีจี้เรื่องต่อไปได้ในละคร
“หนึ่งด้าวฟ้าเดียว” ทางช่อง 3 เร็ว ๆ นี้

ละครหนึ่งด้าวฟ้าเดียว ขอบคุณภาพจาก IG : kijjalapho
ให้กำลังใจผู้เขียนกันหน่อย :