5 เทคนิคตื่นเช้า เพื่อความสำเร็จ

640

ต้องขอสารภาพว่า ช่วงก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินพวกแนวคิด/คำสอนให้ตื่นเช้าเพื่อประสบความสำเร็จในชีวิตมาสักพักแล้ว ตอนนั้นก็แอบเถียงในใจว่า “ไม่เห็นจะเกี่ยวเลย ตื่นตอนไหนมันก็เหมือนกันนั่นแหละ อยู่ที่การจัดการชีวิตในแต่ละวันมากกว่ามั้ง” แต่พอได้ศึกษาและคิดตามไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเข้าใจว่า ไอเดียหลักของแนวคิดนี้ก็คือ ไม่ได้สอนให้เราตื่นเช้าไปงั้นๆ แต่ให้ตื่นเช้าแบบมีคุณภาพ ตื่นเช้าแบบตื่นเต้นที่จะได้สร้างวันที่ดีที่สุดของชีวิตในแบบที่เราออกแบบมันเอง

ตัดภาพมาที่วิถีชีวิตของมนุษย์เราในปัจจุบัน การตื่นเช้าแต่ไก่โห่เป็นอะไรที่ยากขึ้น นิสัยการนอนแต่หัวค่ำแล้วตื่นแต่เช้านี่ คืนครูตั้งแต่ขึ้นมัธยมต้นแล้ว กว่าจะไถทวิตเตอร์อ่านจบ กว่าจะดูละคร/ซีรี่ย์จบก็ปาไปเที่ยงคืน-ตีหนึ่ง จะให้ตื่นเช้าบอกเลยว่ายากเย็นสุด ๆ

ดังนั้น ถ้ามันยาก เราก็ต้องหาเทคนิคมาทำให้มันง่ายขึ้น ด้วย 5 วิธีนี้เลย

  1. สร้างแรงจูงใจให้วันพรุ่งนี้มัน ‘น่าตื่นเต้น’ และ ‘น่ารอคอย’

ถ้าวันพรุ่งนี้ต้องตื่นมาเจออะไรที่มันน่าเบื่อ เราก็ไม่อยากตื่น แต่ถ้าพรุ่งนี้ต้องตื่นไปเจอคนที่เราชอบ ศิลปินที่เราชอบนี่ อยากให้มีปุ่ม Next กดเร่งวันเวลาเสียเหลือเกิน เทคนิคนี้จะยากหน่อยหากเราไม่รู้ใจตัวเอง เนื่องจากต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มาผลักดันตัวเองว่า ทำยังไงให้วันพรุ่งนี้ได้ตื่นมาเจอกับสิ่งที่ชอบและอยากทำ เช่น อยากตื่นมาออกกำลังกายเพราะอยากฟิตหุ่นให้เป๊ะ อยากตื่นมาได้กินขนมที่ชอบ อยากตื่นมาทำงานพิเศษเพื่อจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น อยากตื่นมาทำอาหารให้คนที่เรารักกิน ฯลฯ

ทั้งนี้ ความชอบ ความตื่นเต้นของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้าหากรู้สึกว่าการตื่นเช้ามันน่าเบื่อ เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องหา ‘ลูกล่อลูกชน’ มาชนะใจตัวเองให้ลุกขึ้นตื่นให้ได้

2. บอกตัวเองว่า ช่วงเช้าเหมาะที่สุดแล้วที่จะเป็น ‘เวลาของเรา’ อย่างแท้จริง

มีคนกล่าวไว้ว่า ตื่นเช้าโลกจะเป็นของเรา ตื่นสายโลกจะเป็นของผู้อื่น ยังเป็นอะไรที่ใช้ได้เสมอ ตื่นก่อนที่คนอื่นเขาจะตื่น เราอยากทำอะไรก็ย่อมทำได้โดยไม่มีใครมารบกวน โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่มีเจ้าตัวน้อยแล้ว มีครอบครัวแล้ว เวลาส่วนตัวของเราจะลดลงเป็นธรรมดา

Hal Elrod นักพูดสร้างแรงบันดาลใจอันดับต้นๆ ของสหรัฐอเมริกาเล่าว่า เขาตื่นเวลาตี 5 อาบน้ำ ล้างหน้า ดื่มน้ำ 1 แก้ว จากนั้นจึงเริ่มทำสมาธิ ตามด้วยการอ่านหนังสือซึมซับแนวคิดดีๆ มาใช้ในการเริ่มต้นวัน ก่อนลุกขึ้นออกกำลังด้วยโยคะเพียง 6 นาที สิ่งที่น่ามหัศจรรย์ คือ จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าวันนั้นทั้งวันมีพลังพร้อมเต็มเปี่ยม มีกำลังใจ มีแรงบันดาลใจ รู้สึกขอบคุณชีวิตที่กำลังจะเริ่มต้นอย่างน่าตื่นเต้นในเวลาเพียง 6 โมงเช้าเท่านั้น !

  1. ตัดสิ่งรบกวน นอนเร็ว ตื่นเช้าได้ง่ายขึ้น

ถ้าคุณโหยหาการนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง โหยหาการนอนให้เต็มอิ่มแบบไม่อยากงีบระหว่างวัน แถมนอนเต็มอิ่มแบบตื่นเช้าได้อย่างสดชื่นด้วย เคล็ดลับคือการเข้านอนก่อน 23.00 น. ถ้านอนช่วงสี่ทุ่มได้ยิ่งดี โดยต้องเป็นการเข้านอนแบบมีคุณภาพ คุณหนูดี วนิษา เรซ เคยแนะนำว่า “สองชั่วโมงก่อนนอน เป็นเวลาทองที่เราต้องสงบตัวเอง” แล้วจะเข้านอนแบบหลับง่ายยิ่งขึ้น เช่น ก่อนจะนอน 2 ชั่วโมงไม่ควรจะเล่นโทรศัพท์แล้ว ควรเป็นเวลาที่ได้ผ่อนคลายตัวเอง นั่งเขียนเรียบเรียงวางแผนว่าพรุ่งนี้จะทำอะไรบ้าง เตรียมชุดที่จะใส่พรุ่งนี้  ฯลฯ

ฟังดูพื้นฐานมากจนเหมือนชีวิตเด็กอนุบาลเลยนะคะ แต่เชื่อเถอะ หลายครั้งที่เรามักละเลยการรับผิดชอบในเรื่องพื้นฐาน มันจะบานปลายกลายเป็นความยุ่งเหยิงและปัญหาซึ่งไม่น่าอภิรมย์มานักต่อนักแล้วค่ะ

4. เหนื่อยนักก็พัก พรุ่งนี้ตื่นลุยใหม่ 

สำหรับคนที่ต้องทำงานไปด้วย ดูแลครอบครัวไปด้วย คงเข้าใจดีว่าช่วงย่ำค่ำจนถึงก่อนนอนนั้นเหนื่อยเสียเหลือเกิน ทำงานกลับมาร่างก็แทบแหลกแล้ว แทบไม่มีกะจิตกะใจมาดูแลตัวเอง ไม่มีอารมณ์จะออกกำลัง กาย เหนื่อยจนไม่อยากอ่านหนังสือพัฒนาตัวเอง เข้าใจว่าใครๆ ก็อยากดูแลและพัฒนาตัวเองให้ดี แต่บางทีมันเหนื่อยจนแทบไม่มีแรงจริงๆ นี่นา

ดังนั้น ถ้าเหนื่อยนักก็นอนพัก หลับตั้งแต่ก่อนสี่ทุ่มห้าทุ่มไปเลย แล้วตื่นก่อนเวลาที่คนในบ้านจะตื่น ตีสี่ตีห้าก็ว่าไป แล้วใช้เวลานั้นมาอ่านหนังสือ ออกกำลังกาย ลงทุนอย่างอื่นก็ยังได้ แต่อย่ามาตกม้าตายเพราะพลาดการลงทุนในตัวเองเลยนะคะ แล้ววันหนึ่งสุขภาพที่แข็งแรง ทักษะที่เราหมั่นฝึกฝน จะออกดอกออกผลตอบแทนเราเองอย่างน่าชื่นใจ

  1. วางนาฬิกาปลุกไว้คนละมุมกับเตียงนอน ตื่นแล้ว ลุยเลย !

หลายครั้งที่เราตื่นมากดปิดนาฬิกาปลุกแล้วนอนต่อ แผนตื่นเช้ามาดูแลพัฒนาตัวเองก็ล่มไปอีกวันเสียแล้ว ดังนั้น ตั้งเสียงนาฬิกาปลุกให้ดังพอที่จะปลุกเรา แล้ววางมันไว้ไกลๆ หัวนอน ช่วงที่เราเดินไปปิดนาฬิกาปลุก ร่างกายเราจะตื่นขึ้นมาในระดับหนึ่ง จากนั้นถ้าเราไปล้างหน้า แปรงฟัน ดื่มน้ำสัก 1 แก้ว คราวนี้ล่ะไฟเริ่มติดแล้ว รีบดึงตัวเองไปทำกิจกรรมที่วางแผนไว้เลยก่อนที่ไฟจะมอด จะอ่านหนังสือ ออกกำลังกาย เขียนงาน ลุยเลย จะรออะไร ในเมื่อเวลาที่จะสร้างชีวิตที่คุณฝันมันได้เกิดขึ้น ณ ตอนเช้าแล้ว !

ถ้าลองวิเคราะห์ในอีกมุมหนึ่ง จริงๆ แล้วหลักของการ ‘ตื่นเช้าเพื่อความสำเร็จ’ ก็เพื่อให้เรามีวินัย สามารถบริหารจัดการกับชีวิตที่มีแผนและเป้าหมายได้อย่างดีเยี่ยม ถ้าเราจัดการตัวเองได้แค่เรื่องตื่นเช้า จะจัดการตัวเองเรื่องบริหารเวลาอื่น ๆ ก็ไม่ยากแล้ว บางทีเรามักละเลยสิ่งง่ายๆ ที่เป็นพื้นฐานเพราะคิดว่าไม่สำคัญ แท้จริงแล้วหากพื้นฐาน คือ ‘ราก’ ไม่ได้รับการดูแล ก็ยากที่กิ่งก้านใบจะเติบโตได้

 

อ้างอิง :

หนังสือ ‘Miracle Morning’ ทุกสิ่งในชีวิตจะดีขึ้นเมื่อตื่นเช้า

เขียนโดย Hal Elrod สำนักพิมพ์ BEE MEDIA

ให้กำลังใจผู้เขียนกันหน่อย :

สวัสดีค่ะ นุ่นนิ่นนะคะ 😀

จำได้ว่า…อยากเป็นนักเขียนต้ังแต่อ่านหนังสือออก

ถ้าจดอะไรได้ นึกอะไรออก แล้วมันน่าจะเป็นประโยชน์

ก็อยากถ่ายทอดให้คนอ่านด้วยเช่นกัน

รับนักเขียนชื่อนุ่นไว้ในอ้อมอกอุ่น ๆ ของคุณด้วยนะคะ คิคิ ^_^