5 ร้านตำรับ “รสมือแม่” ที่ควรพาแม่ไปลิ้มลอง

หากย้อนระลึกนึกถึงความหลังในวัยเยาว์ แต่ละคนมักมีภาพความทรงจำที่เชื่อมโยงผูกพันกับแม่ ในเรื่องราวแบบเฉพาะตัว และหากพูดถึง “อาหารรสมือแม่” ความทรงจำเหล่านั้นมักจะผุดพรายชัดเจนมากยิ่งขึ้น ภาพของแม่ที่เคลื่อนไหวไปมา หยิบนั่นทำนี่อยู่ในครัว แสงอุ่นๆ ที่พาดส่องมาจากหน้าต่าง ไอน้ำที่พวยพุ่งขึ้นมาจากหม้อหุงข้าวร้อนๆ กลิ่นของแกงกะทิสูตรพื้นบ้านที่หอมยั่วยวนชวนน้ำลายสอ สำรับน้ำพริกและผัดสดกรอบที่ปลูกเองกับมือ ที่สำคัญ “รสชาติ” แสนอร่อยที่ปรุงขึ้นจากความรักความใส่ใจของแม่ บรรจงคัดวัตถุดิบชั้นดี สด ใหม่ สะอาด เพื่อให้ลูกๆ รวมถึงสมาชิกในครอบครัวได้อิ่มอร่อยพร้อมคุณประโยชน์ เพื่อให้มีสุขภาพกายใจที่แข็งแรงสมบูรณ์ ถ่ายทอดความรักความห่วงใยของแม่สู่คนที่แม่รักผ่านอาหารรสมือแม่ที่ลูกๆ จดจำ

ในโอกาสพิเศษช่วงเทศกาลวันแม่ปีนี้ อยากชวนให้ลูกๆ พาคุณแม่ผู้เป็นที่รักได้ใช้เวลาร่วมกัน หวน
นึกถึงความสุขความทรงจำในการทานข้าวร่วมกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง กับมื้ออาหารสุดพิเศษภายใต้บรรยากาศดีๆ จาก 5 ร้านอาหารอร่อยสไตล์ Mom Made ที่ GU Awesome การันตีว่าเมื่อได้ลิ้มรสแล้วจะต้องติดใจ  และด้วยคอนเซ็ปต์สำคัญของแต่ละร้านคือ “การปรุงด้วยใจแบบพิถีพิถันเพื่อประสบการณ์ความสุขของผู้ลิ้มลอง” ทั้ง 5 ร้านนี้ จึงมีเพียงสาขาเดียวเท่านั้น


1. ร้าน The Never Ending Summer

ร้านอาหารไทยร่วมสมัยริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านคลองสาน ซึ่งตั้งอยู่ในโครงการ The Jam Factory ที่แต่งองค์ทรงเครื่องใหม่จากจากโกดังเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 40 ปี ที่ไม่ได้ใช้งาน ให้กลับมามีชีวิตชีวา อีกครั้ง ที่นี่จัดเสิร์ฟอาหารไทยในความทรงจำคนรุ่นก่อนที่นำเสนอแบบสมัยใหม่ คงรสชาติความอร่อย แบบดั้งเดิมเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นมนู แตงโมปลาแห้ง เมนูของว่างตำรับชาววังในสมัยก่อนที่หาทานได้ยาก สำหรับคนที่ไม่เคยลิ้มลองอาจจะรู้สึกว่าแตงโมจะเข้ากันกับปลาแห้งได้อย่างไร ขอบอกเลยว่าการได้เคี้ยวแตงโมเนื้อฉ่ำหวาน ไปพร้อมกับปลาแห้งที่หอมกลมกล่อม จะตอกย้ำให้รู้สึกถึงรสชาติของฤดูร้อนได้เป็นอย่างดี จนไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนโบราณถึงปรุงขึ้นเพื่อเป็นเมนูคลายร้อน

 

ยำไข่ปลาสลิด จานนี้ไข่ปลาสดแน่น มาเป็นก้อนใหญ่ ชิ้นเต็มคำมาก เรียกว่ายิ่งกินยิ่งรู้สึกถึงความหอมมัน กรอบนิดๆ ของไข่ปลาผสมกับเครื่องยำจัดจ้านเบาๆ จะกินเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยหรือกินกับข้าวสวยก็อร่อยไม่แพ้กัน

 

ขอบคุณภาพจาก IG : The Never Ending Summer

 

แกงระแวงไก่ แค่ชื่อก็ไม่คุ้นหูเท่าไรแล้ว เป็นแกงกะทิสูตรโบราณที่หอมกลิ่นขมิ้นและตะไคร้ เรียกน้ำย่อยในกระเพาะให้ทำงานว่องไวมากยิ่งขึ้น

 

ซุปไก่อิสลามแบบดั้งเดิม หอมกลิ่นเครื่องเทศกับหอมเจียว เปรี้ยวนำจากมะเขือเทศ หวานตามนิดๆ จากเนื้อไก่และมันฝรั่งแนะนำว่าเหมาะมากในวันที่อากาศเย็น ซดร้อนๆ โล่งคอ

ขอบคุณภาพจาก IG : The Never Ending Summer

 

พะโล้โบราณ ที่ไม่ใส่เครื่องพะโล้แบบจีนแต่หวานหอมกลมกล่อมเข้าเนื้อด้วยน้ำตาลปี๊บเคี่ยวจนสีน้ำพะโล้เป็นสีน้ำตาลคาราเมล ไม่จำเป็นต้องมีเต้าหู้หรือวัตถุดิบอื่นใดแค่ไข่และหมูสามชั้นก็เอาอยู่

 

ข้าวผัดลิ้นจี่ เมนูหาทานยากอีกเมนู ข้าวสวยผัดกับกุ้งและเพิ่มความหอมหวานอมเปรี้ยวนิดๆ ด้วยลิ้นจี่ เพื่อไม่ให้เนื้อลิ้นจี่เละ หรือน้ำลิ้นจี่ออกมามากเกินไปจนข้าวแฉะนั่นเอง นับว่าเป็นร้านที่เหมาะมากสำหรับคุณแม่ผู้ชื่นชอบรสชาติอาหารไทยดั้งเดิมที่หากินได้ยากในปัจจุบัน พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศสบายๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่น่ารื่นรมย์

 

แกงกะทิปูและปลากุเลาทรงเครื่อง การันตีว่าเมนูนี้มาเสิร์ฟจะทำให้กินข้าวหมดจานไปแบบไม่รู้ตัว ด้วยความเข้มข้น กลมกล่อมของแกงกะทิ ส่วนปลากุเลานั้นก็หอมยวนยั่ว

 

ที่ตั้ง : ในโครงการ The Jam Factory 41/5 ถนนเจริญนคร คลองสาน กรุงเทพฯ
โทร. :  
02-861-0953
เปิดบริการ : ทุกวัน11.00 – 23.00 น.
การเดินทาง : ขับรถมาจอดในโครงการThe Jam Factory ได้ แต่ที่จอดไม่มากนัก (10 – 15 คัน)
หรือหากใช้ BTS ให้ลงที่สถานีตากสิน แล้วนั่งเรือมาลงท่าเรือคลองสาน จากนั้นเดินมาอีกนิดหน่อย

คลิกที่ภาพเพื่อนำทาง


2. ร้านบ้านนวล

ร้านอาหารไทยพื้นบ้านในบ้านไม้เก่าหลังเล็กมีโต๊ะให้บริการเพียง 3 โต๊ะเท่านั้น (ให้บริการมากที่สุดได้ ประมาณ 15 คน) รสชาติอาหารไทยโบราณอร่อยๆ ฝีมือเจ้าของร้านสองคนพี่น้องที่ได้รับอิทธิพลความอร่อยมาจากสูตรของแม่ชาวมหาชัย ร้านนี้เริ่มจากการทำกับข้าวขายผ่านเฟซบุ๊คและบริการส่งแบบเดลิเวอรี่ เมื่อมีแฟนคลับสายกินมากขึ้นเรื่อยๆ จึงขยับขยายสู่การเปิดร้าน มากินอาหารที่นี่บอกเลยว่าเครื่องถึงสะใจ ทั้ง ขนมจีนน้ำยาปู รสจัดจ้าน เนื้อปูสดหวานเสิร์ฟมาเป็นชิ้นใหญ่เน้นๆ

ขอบคุณภาพจาก IG : ฺBaannual372

 

หมูสับก้อนทอด เมนูที่ดูเหมือนจะทำง่ายแต่หาร้านทำอร่อยยาก เท็กซ์เจอร์เนื้อสัมผัสของหมูสับนั้นไม่แข็งและไม่นิ่มจนเกินไป มีรสหวานเค็มกลมกล่อมแบบพอดีๆ

ขอบคุณภาพจาก IG : ฺBaannual372


ตับหมูผัดกระเทียม
ตับหั่นชิ้นโตแต่นุ่มละมุนลิ้น หอมกลิ่นกระเทียม เรียกได้ว่ากลมกล่อม

ขอบคุณภาพจาก  IG : ฺBaannual372

 

สามชั้นทอดน้ำปลา หมูสามชั้นแน่นแต่นุ่มเวลาเคี้ยวกลิ่นน้ำปลาหอมๆ จะลอยขึ้นมาเลยทีเดียว

ขอบคุณภาพจาก  IG : ฺBaannual372

 

ดอกขจรผัดไข่ ที่หวานนิดๆ ไม่แฉะเยิ้มด้วยน้ำมัน แห้งกำลังพอดี ซึ่งนั่นแปลว่าใช้น้ำมัน รวมถึงไฟในการผัดด้วยเวลาที่เหมาะสม

 

เนื้อปูผัดพริกเหลือง เมนูนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด เนื้อปูชิ้นใหญ่สะใจหอมกลิ่นพริกเหลืองนำ

ขอบคุณภาพจาก  IG : ฺBaannual372

 

ปูจ๋ากับน้ำจิ้มบ๊วยเจี่ย เมนูโปรดในวัยเด็กของใครหลายๆ คน และเอาจริงๆ หาอร่อยยาก

ขอบคุณภาพจาก  IG : ฺBaannual372

 

หมูผัดกะปิ ที่ต้องบอกเลยว่ากะปิชั้นดีจากชุมพรกับเนื้อหมูชิ้นบางๆ ทำให้จานนี้เด็ด รสเค็มตัดหวานนิดๆ แบบไม่ต้องพูดอะไรเยอะ

ขอบคุณภาพจาก  IG : ฺBaannual372

มาที่นี่จะได้อารมณ์แบบไปกินข้าวบ้านญาติกับรสชาติที่ย่า ยายและแม่ทำให้กิน จากรุ่นสู่รุ่นอะไรแบบนั้น   พร้อมความรู้สึกอบอุ่นแบบเป็นกันเอง  ขอแนะนำว่าควรจะโทรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน เพราะตามที่บอกมีจำนวนโต๊ะน้อย

 

ที่ตั้ง : สามเสนซอย 2 ถนนสามเสน เขตพระนครกรุงเทพฯ

โทร. : 081-8897403

เปิดบริการ :  วันอังคาร ถึง วันศุกร์ เปิด 2 รอบ เวลา 12.00-15.00 น. กับ 17.00-22.00 น.

วันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 16.00-22.00 น. (ควรสำรองที่นั่งล่วงหน้า)                 

การเดินทาง : สามเสนซอย 2 สุดซอย เลี้ยวซ้าย อยู่ตรงแยกสองทางขวามือ

คลิกที่ภาพเพื่อนำทาง

 

3. ร้านรัญจวน

ร้านอาหารไทยที่ชื่อร้านมาจากชื่อ “รัญจวน” คุณย่าเจ้าของร้าน ร้านนี้เกิดจากภาพความทรงจำในวัยเด็ก ที่มีต่อคุณย่าที่มักเข้าครัวทำอาหารให้ทุกคนในครอบครัวกินอยู่เสมอ ด้วยการออกไปจ่ายตลาด สดด้วยตัวเอง เลือกวัตถุดิบชั้นดีนำมาปรุง ใส่ความพิเศษให้คนในครอบครัวแบบรู้ใจ ที่นี่จึงจัดเสิร์ฟเมนูอาหารไทยง่ายๆ แต่อร่อยล้ำ เช่น ข้าวแห้งเป็ด อาหารท้องถิ่นของชาวสมุทรสงครามดั้งเดิม ที่นี่สั่งเป็ดเชอร์รี่จากราชบุรีโดยเฉพาะ เลือดเป็ดนิ่มๆ นำมาหั่นเป็นเต๋า เคล็ดลับคือการใช้น้ำปลาต้มกับใบเตยจึงไร้กลิ่นคาว โรยด้วยกระเทียมเจียวเพิ่มความหอมน่ากินยิ่งขึ้น กินพร้อมเต้าหู้ทอดกรอบและแตงกวา

ขอบคุณภาพจาก FB : Ranjuan Awphawa

 

แกงคั่วหอยแมลงภู่ยอดมะพร้าว หอยแมลงภู่ที่นี่สดและขนาดใหญ่มาก เพราะร้านมีฟาร์มหอยเป็นของตัวเอง สิ่งที่ทำให้รสชาติกลมกล่อมคือยอดมะพร้าวและกะทิสดๆ จากอัมพวา

 

กุ้งแม่น้ำเผากับน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเฉพาะ แน่นอนว่ากุ้งแม่น้ำสดหวานเพราะมาจากท้องถิ่นอัมพวาและแม่กลองเช่นกัน

ขอบคุณภาพจาก FB : Ranjuan Awphawa


น้ำพริกกะปิปลาทูทอด 
เข้มข้นด้วยกะปิจากคลองโคน  กินแกล้มด้วยปลาทูที่ทอดจนหนังกรอบ ทุกอย่างคือวัตถุดิบสดใหม่ในท้องถิ่นอัมพวาและแม่กลอง ทั้ง กุ้ง หอย ปู ปลาและบรรดาผักสดต่างๆ ยกมาเสิร์ฟในถาดและกระจาดรองใบตอง ให้กลิ่นอายแบบไทยมากยิ่งขึ้น

ขอบคุณภาพจาก FB : Ranjuan Awphawa

 

ที่ตั้ง :  62/1 ถ.เลียบแม่น้ำแม่กลอง ต.อัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม

โทร. : 086 388 6897, 099 242 6566

เปิดบริการ : ทุกวัน 11:00 – 21:00 น.

การเดินทาง : อยู่ติดริมเขื่อนอัมพวา ห่างจากตลาดอัมพวา 600 เมตร ทางร้านมีบริการรถรับส่งจากตลาดอัมพวามาที่ร้าน

คลิกที่ภาพเพื่อนำทาง

 

4. The Attic Diary Café

ร้านอาหารสไตล์คาเฟ่แบบสแกนดิเนเวียนบวกวินเทจที่แลดูเขียวชอุ่มสบายตาด้วยต้นไม้มากมายเจ้าของร้านผู้เป็นพ่อครัว นำเสนอตำรับอาหารไทยสูตรคุณยายที่เคยอยู่ในวัง สมัยรัชกาลที่ 6 ซึมซับผ่านการเข้าครัวช่วยยายในวัยเด็ก เสิร์ฟในรูปแบบ Chef’s table และต้องจองล่วงหน้าเพราะร้านจะจัดเตรียมวัตถุดิบเฉพาะเมนูที่ออร์เดอร์มาเท่านั้น แนะให้ลอง เมนูแกงจืดไข่น้ำ  เมนูง่ายๆ ที่แม่ทำให้กินบ่อยๆ ตอนเด็ก ซดร้อนๆ คล่องคอ

ขอบคุณภาพจาก IG : The Attic Diary Cafe

 

ต้มยำไก่เหนียว น้ำต้มยำกลมกล่อมเค็ม เปรี้ยวผสมเผ็ด รู้สึกได้เลยว่ารสชาติไม่เหมือนที่ไหน เลือกใช้ไก่ตัวเมียเพราะเนื้อนุ่มและเหนียวในเวลาเดียวกัน

 

แกงคั่วกะทิหน่อไม้เปรี้ยวใบโหระพา เมนูนี้เป็นอีกเมนูที่หาร้านทำอร่อยยากและที่นี่ปรุงได้ถึงใจ ด้วยความเปรี้ยวของหน่อไม้ตัดกับกับความหวานมันของกะทิโดยมีใบโหระพามาเป็นตัวกันเลี่ยน

ขอบคุณภาพจาก IG : The Attic Diary Cafe

 

หมูก้อนชุบไข่ทอด  ตอนแรกนึกว่าเป็นไข่เจียวกรอบๆ จานใหญ่ ที่ไหนได้มีหมูทอดรสดีซ่อนอยู่ข้างใน

ขอบคุณภาพจาก IG : The Attic Diary Cafe

 

น้ำพริกปลาทู  ที่เสิร์ฟพร้อมข้าวหอมมะลิแดงนุ่มๆ ร้อนๆ แม้จะเป็นเมนูบ้านบ้านธรรมดาแต่หลายคนติดใจจนต้องกลับมาอีก

ขอบคุณภาพจาก IG : The Attic Diary Cafe

 

ขอบคุณภาพจาก IG : The Attic Diary Cafe

 

เจ้าของร้านก็เป็นกันเองด้วยการพูดคุยสนุกสนานราวกับเป็นการมาเยี่ยมเยือนกินข้าวฝีมือยายที่บ้านเพื่อนรุ่นพี่อะไรประมาณนั้น

 

ที่ตั้ง : สุดทางเดินตลาดนัดโครงการสยามยิปซี 30/99 ถนนกรุงเทพ – นนทบุรี บางซื่อ

โทร. : 08-1655-5344

เปิดบริการ : 11.00 – 22.00 น.

การเดินทาง   MRT บางซื่อ ทางออก 1

คลิกที่ภาพเพื่อนำทาง

 

5. Baan’s Poon Pop up

ขอบคุณภาพจาก IG : Baan Poon Pop Up

 

ที่นี่รับจองล่วงหน้า ไม่เกิน 2 – 3 โต๊ะ ต่อวัน เพื่อความอร่อยแบบเป็นส่วนตัว เหมือนกินข้าวฝีมือแม่อยู่ในบ้าน เมนูอาหารเกิดจากคุณแม่ที่ทำอาหารให้ลูกชายวัยรุ่นหนุ่มมหาวิทยาลัยและลูกสาววัยประถมศึกษากิน เน้นวัตถุดิบสด สะอาด อร่อยแบบโฮมมี่ ทั้ง


กากหมูคั่วพริกเกลือ 
กากหมูคั่วจนกรอบกรุบโรยด้วยกุ้งแห้งและพริกแห้งแดงซอย รสชาติเผ็ดนิดๆ แบบเด็กกินได้ผู้ใหญ่กินอร่อย จับคู่กับข้าวสวยร้อนๆ เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม

ขอบคุณภาพจาก IG : Baan Poon Pop Up


ส้มตำลาวปากเซ
 ส้มตำปูปลาร้าแบบแห้ง ใช้มะละกอสับละเอียด ใส่กากหมู มะเขือม่วง ปรุงรสแบบจัดจ้านถึงใจ

ขอบคุณภาพจาก IG : Baan Poon Pop Up


น้ำพริกอ่องกับผักสวนหลังบ้าน
  อ่องของที่นี่จะไม่ได้ใส่ถั่วเน่าแบบอ่องทางเหนือ แต่จะโขลกรากผักชีเข้มข้นใส่ลงไปแทนทั้งหอมทั้งกลมกล่อมกินแกล้มกับสารพัดผักสด

 

แกงลาวผักออร์แกนิก  ที่โดดเด่นด้วยตัวน้ำแกงข้นคลั่กจากการเคี่ยวกระดูกหมูจนเนื้อล่อน

 

สปาเกตตี้ไส้กรอกพริกแห้ง  เมนูนี้เด็กๆ ส่วนมากถูกใจ สปาเกตตี้ผัดแบบแห้ง  รสจัดเล็กน้อย มาพร้อมไส้กรอกชิ้นโต

 

นอกจากอาหารจะอร่อยแล้ว เมนูเครื่องดื่มและของหวานก็แสนพิถีพิถันและใส่ใจในเรื่องของสุขภาพด้วย ไม่ว่าจะเป็น น้ำบ๊วยโซดา คะน้าน้ำผึ้งมะนาวปั่น  เครื่องดื่มสำหรับสายเฮลธี้โดยเฉพาะ พีชลอยแก้วในน้ำมะขาม ขนมปังปิ้งกรอบจิ้มสังขยาชาร์โคลสูตรเฉพาะโรยด้วยอัลมอนด์บุบกรุบกรอบ เมนูนี้บอกเลยว่าเป็นที่ชื่นชอบของทั้งเด็กและผู้ใหญ่จริงๆ

ขอบคุณภาพจาก IG : Baan Poon Pop Up

 

ขอบคุณภาพจาก IG : Baan Poon Pop Up

 

 

เสน่ห์ของร้านนี้อยู่ที่อาหารทุกเมนูเสิร์ฟพร้อมผักสดๆ ที่ปลูกเองหลังบ้านผสมผสานผักออร์แกนิกจากโครงการหลวง จึงมีผักแนมให้เลือกหลากหลาย เจ้าของร้านก็เอามาเติมให้ตลอดเวลาเหมือนแม่ที่คอยดูแลลูกจริงๆ รับรองต้องประทับใจ

 

 

ที่ตั้ง : หมู่บ้านมัณฑนา ถนนพระยาสุเรนทร์

โทร. : 08-4323-3112

เปิดบริการ : เปิดเฉพาะ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์11.00 – 22.00 น.

การเดินทาง : ขับรถไปตามถนนพระยาสุเรนทร์ พอถึงซอย พระยาสุเรนทร์ 26 ให้เลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านมัณฑนา (วงแหวน – รามอินทรา) ไปบ้านเลขที่ 90/567 ซอย 23 (สามารถสอบถามทางจาก รปภ. หน้าหมู่บ้านได้)

คลิกที่ภาพเพื่อนำทาง

 

และไม่ว่าจะเลือกพาแม่ไปอิ่มอร่อย ย้อนรำลึกความทรงจำรสชาติในวัยเยาว์ที่ร้านไหน GU Awesome หวังว่าแม่ลูกทุกคู่จะประทับใจกับ 5 ร้านอร่อยที่เราแนะนำและมีความสุขร่วมกันในบรรยากาศแสนอบอุ่นตลอดเดือนสิงหาคมนี้

ให้กำลังใจผู้เขียนกันหน่อย :

เจ้าของนามปากกา Hima in the Rain อดีตนักเรียนศิลปะที่หลงรักการอ่าน ชื่นชอบการเขียน เพียรฝึกทำอาหาร สนใจใคร่รู้เรื่องราวต่างๆ รอบตัว การใช้ชีวิต กิน ดื่ม เที่ยว ระบบการศึกษาในสังคม เรื่องราวปฏิสัมพันธ์ของผู้คนทั้งในโลกยุคเก่า และโลกยุคใหม่อันมีเสน่ห์ที่แตกต่าง แต่สามารถเชื่อมโยงผู้คนให้เข้าถึงซึ่งกันและกัน