Natalia Kasatkina ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์จากคณะบัลเลต์ Moscow State Classical กับโชว์รอบการกุศล “The Legend of Swan Lake and Ugly Duckling” สู่สายตาเด็กและเยาวชนไทย

นับเป็นโอกาสพิเศษสำหรับคนที่ชื่นชอบศิลปะการแสดงบัลเลต์ เมื่อคณะบัลเลต์ชื่อก้องโลกอย่าง Moscow State Classical จากประเทศรัสเซีย ยกคณะมาทำการแสดงที่ประเทศไทย ในมหกรรมศิลปะการแสดง และดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 20 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

สำหรับคณะบัลเลต์ Moscow State Classical นั้นนำทีมโดย Natalia Kasatkina ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ศิลปินแห่งชาติของรัสเซีย ผู้ซึ่งมีความรักในการแสดงบัลเลต์อย่างเต็มเปี่ยม เธอเริ่มต้นศึกษาการแสดงบัลเลต์ที่ Bolshoi Ballet Academy ในปี ค.ศ. 1953 และเข้าร่วมเป็นนักแสดงของคณะในปีเดียวกันนั้นเอง เธอหมั่นฝึกฝนการแสดงอย่างหนักด้วยใจรัก และความเพียร จนไต่เต้าสู่การเป็นผู้ออกแบบท่าเต้นในปี ค.ศ. 1960 ร่วมแสดงกับคณะ Bolshoi มากว่า 23 ปี จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1977 เธอและสามีผู้เป็นนักเต้นที่มีความสามารถ Vladimir Vasilyov ได้ร่วมกันก่อตั้งคณะโอเปร่าและการแสดงเป็นของตนเอง นั่นก็คือ คณะบัลเลต์ Moscow State Classical นั่นเอง

ปัจจุบันคณะบัลเลต์นี้จัดทัวร์การแสดงใน 200 กว่าเมืองทั่วรัสเซีย และในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ได้รับฉายาว่า “Ensemble of Stars” เนื่องจากเป็นคณะที่รวมดาวเด่นฝีมือดีในการเต้นเดี่ยวที่มีชื่อเสียงเอาไว้มากมาย เป็นที่ต้องการในวงการแข่งขันบัลเลต์นานาชาติ ถือเป็นคณะบัลเลต์ที่มีชื่อเสียงมากในรัสเซีย เคยกวาด 19 เหรียญทอง 5 รางวัล และ 2 รางวัล Grand Prix จาก Paris Academy of Dance มาแล้ว และการออกแบบท่าเต้นของ Natalia Kasatkina นั้นก็ได้รับการพูดถึงในวงกว้างว่าเป็นท่าเต้นรำรูปแบบสมัยใหม่ที่คงเอกลักษณ์การเต้นบัลเลต์คลาสสิกเอาไว้ได้เป็นอย่างดี

นายสิทธิกุล บุญอิต รองผู้อำนวยการ มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ และคณะบัลเลต์ Moscow State Classical

การแสดงที่เกิดขึ้นในมหกรรมครั้งนี้นอกจากจะมีรอบการแสดงที่น่าดูหลายๆ เรื่องแล้ว ยังมีการแสดงพิเศษรอบการกุศล สำหรับเด็กด้อยโอกาส และเด็กพิการจากทั่วประเทศไทย นักเรียน นิสิต และนักศึกษา รวมกว่า 1,700 คน เพื่อมอบโอกาสสุดพิเศษในการเปิดโลกจินตนาการ จากนิทานก่อนนอนสู่ศิลปะการแสดงชั้นเยี่ยม โดยหยิบเอานิทานเลื่องชื่อของ Hans Christian Andersen เรื่อง The Legend of Swan Lake and The Ugly Duckling มาแสดง โดยมีวง Royal Bangkok Symphony Orchestra ร่วมบรรเลงประกอบการแสดงสด อำนวยเพลงโดย Evgeny Volenski วาทยกรผู้ได้รับรางวัลหน้ากากทองคำแห่งรัสเซีย

สำหรับคนที่คิดว่าการชมบัลเลต์นั้นเป็นเรื่องเข้าถึงยาก หรือเป็นการแสดงเฉพาะกลุ่ม คุณอาจจะเปลี่ยนความรู้สึกใหม่หลังชมการแสดงในครั้งนี้เพราะ Natalia Kasatkina ได้สร้างนวัตกรรมภาษากายที่ทำให้ทุกคนในครอบครัวได้ลิ้มรสความสุขแห่งการแสดงชั้นสูงได้แบบเข้าถึงได้ง่ายดายยิ่งขึ้นพร้อมความสนุกในแบบเฉพาะตัว

นอกจากจะได้ร่วมชมการแสดงชั้นเยี่ยมสุดสร้างสรรค์นี้แล้ว ทาง GU Awesome ยังมีโอกาสได้พูดคุยกับ Natalia Kasatkina เกี่ยวกับการแสดงสุดพิเศษครั้งนี้ด้วย

Mrs. Natalia Kasatkina and Mr. Ivan Vasilev

ความแตกต่างในการออกแบบท่าเต้นระหว่างการแสดงบัลเลต์คลาสสิกทั่วไปกับการแสดงที่นำเสนอเรื่องราวจากนิทานอยู่ตรงไหน
จริงๆ มันไม่แตกต่างกันในเรื่องของการแสดง แต่จุดประสงค์ในครั้งนี้ คือการได้โชว์ทักษะที่สวยงามเป็นพิเศษของนักเต้น แน่นอนว่าเรื่องราวนั้นเป็นเรื่องที่รู้จักกันทั่วไปเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่จะครีเอทท่าเต้นอย่างไรในการสื่อสาร นักเต้นจำเป็นต้องใช้ทักษะค่อนข้างมาก ในเรื่องการสื่ออารมณ์ ความหมาย และความสัมพันธ์ของสัตว์ต่างๆ นก กบ หมาจิ้งจอก การเลียนแบบท่าทางของนกที่แตกต่างกัน จะได้เห็นทั้งนกที่น่ารัก นกสวยสง่างาม นกที่น่ากลัวและน่าเกลียดอย่างอีกา ท่าบัลเลต์ที่โด่งดังอย่าง Swan Lake แม้กระทั่งลีลาท่าทางที่ต่างกันของหงส์ตัวเล็ก หงส์ตัวเต็มวัย และหงส์ที่เป็นดั่งปีศาจ

จุดเด่นอะไรที่สามารถบ่งบอกได้ว่านี่คือผลงานการกำกับ และออกแบบท่าเต้นที่มีเอกลักษณ์ของคณะบัลเลต์ Moscow State Classical
แต่ละคณะก็อาจจะมีแนวทางแตกต่างกันไป สำหรับฉันคือการผสมผสานท่าเต้นให้เข้ากับนักเต้นเพื่อสื่อสารให้ผู้ชมรับรู้ความรู้สึกนั้นๆ ไปด้วย อย่างเรื่อง Firebird และ Rite of Spring  ได้นักประพันธ์เพลง Igor Stravinsky เป็นผู้มีชื่อเสียงมากของรัสเซีย ผู้ที่ปฏิวัติดนตรีคลาสสิกสู่ดนตรีแบบ impressionism มาร่วมงาน Rite of Spring เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชนเผ่าโบราณของรัสเซีย มีการพูดถึงสภาพอากาศ ดังนั้นนักเต้นก็จะต้องเต้นให้เหมือนเป็นพายุ เหมือนเป็นฝน และเต้นให้เหมือนสัตว์ เช่น นกในเรื่อง Firebird มีการใช้ท่าเต้นขาเดียว นักเต้นชายก็จะต้องมีความแข็งแกร่งมาก ผ่านการฝึกซ้อมมาก ผู้ชมจะได้มองเห็นพายุ ก้อนเมฆ จากการแสดง นอกจากนี้การให้ความสำคัญกับฉากที่มีความจำเพาะเจาะจงก็มีส่วนช่วยให้การแสดงสมบูรณ์มากขึ้น แต่ละเรื่องก็มีรายละเอียดที่น่าสนใจ เช่น Romeo and Juliet ฉากจะบอกถึงศิลปะในยุคนั้น ฐานะ ชาติตระกูลที่ต่างกัน ความโค้ง และเหลี่ยมมุมต่างๆ ทุกอย่างคือสิ่งที่ต้องให้ความใส่ใจ

วิธีการหาแรงบันดาลใจของคุณเป็นแบบไหน
ทุกอย่างมาจากใจ มาจากความรู้สึกนึกคิด แน่นอนว่าต้องอาศัยจากการมองสิ่งต่างๆ รอบตัวบนโลกใบนี้ สิ่งใหม่ ประสบการณ์หลายๆ อย่าง ในการจะสร้างโชว์ใหม่ขึ้นมา ฉันมักจะมองหาดนตรีเป็นลำดับแรก ฟัง หลับตา และจินตนาการออกมาเป็นภาพ ค้นหาผู้ประพันธ์เพลงที่เหมาะสม เมื่อฟังแล้วรู้สึกว่าเวิร์กกับงาน เชื่อได้ว่ามันจะออกมาดี”

ความยากและอุปสรรคในการคุมทีมที่มีผู้ร่วมทีมเป็นร้อยๆ คน เทคนิคในการทำงานคืออะไร
ใช่เลย มันเป็นเรื่องยากที่จะคุมคนเป็นร้อยๆ คน คนที่ไม่ได้ชอบหรือรักบัลเลต์อาจจะมองว่าเป็นเรื่องยากเป็นอุปสรรค แต่สำหรับคนที่รักบัลเลต์มันจะเป็นเรื่องง่าย ฉันรักงานและมีชีวิตผูกพันกับบัลเลต์มานาน ถ้าไม่มีแรงบันดาลใจก็คงจะทำไม่ได้ เทคนิคไม่ใช่เรื่องยาก ด้วยการมอบความรักให้กับนักเต้นทุกคน เปรียบเสมือนลูกหลานเหมือนคนในครอบครัว เป็นครอบครัวใหญ่ ซึ่งรวมคนทำฉาก คนคุมไฟ ทุกๆ คนในคณะ มันก็เหมือนบริษัทที่ต้องวางแผนบริหารจัดการด้วยความรัก

ผลงานที่นำมาแสดงในมหกรรมศิลปะการแสดง และดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 20 นี้ มีความพิเศษอย่างไร ได้รับการสนับสนุนจากไหนอย่างไรบ้าง
สำหรับโชว์ในครั้งนี้ ทางคณะคัดเลือกการแสดงมาเพื่อผู้ชมสามชุด คือ Rite of Spring/Firebird, The Nutcracker และ The Legend of Swan Lake and The Ugly Ducking ที่เป็นรอบการกุศล คณะมีส่วนร่วมในการแสดงเพื่อเปิดประสบการณ์ให้เด็กๆ ด้วย นอกจากสถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย และผู้เกี่ยวข้องในส่วนต่างๆ แล้ว ขอขอบคุณ Mr. J.S. Uberoi (Chairman of International Cultural Promotions Ltd.) เป็นอย่างมาก เขาคือผู้ที่รักบัลเลต์ รักดนตรีคลาสสิกอย่างแท้จริง การนำคณะบัลเลต์ทั้งคณะที่มีคนนับร้อยมาแสดงครั้งหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนก็คงเป็นเรื่องยากเช่นกัน และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คณะได้มาแสดงที่เมืองไทย

การแสดงจากคณะบัลเลต์ Moscow State Classical ในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงที่มีเสน่ห์น่าสนใจ ในมหกรรมศิลปะการแสดง และดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 20 ที่รวบรวมการแสดงโอเปร่าอันอลังการ ออร์เคสตราและคอนเสิร์ตที่หาชมได้ยาก รวมไปถึงการแสดงเชิงวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยมจากนานาชาติมาจัดแสดงให้ชาวไทยได้ชื่นชมอย่างใกล้ชิดติดขอบเวที และเปิดประสบการณ์สู่โลกจินตนาการแก่เด็กๆ และเยาวชนในด้านศิลปะและวัฒนธรรมด้วย

สำหรับคนที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแสดงต่างๆ ในมหกรรมครั้งนี้
สามารถคลิกเข้าไปดูได้ที่ www.bangkokfestivals.com
หรือ fanpage : Bangkok’s International Festival of Dance & Music

ให้กำลังใจผู้เขียนกันหน่อย :

เจ้าของนามปากกา Hima in the Rain อดีตนักเรียนศิลปะที่หลงรักการอ่าน ชื่นชอบการเขียน เพียรฝึกทำอาหาร สนใจใคร่รู้เรื่องราวต่างๆ รอบตัว การใช้ชีวิต กิน ดื่ม เที่ยว ระบบการศึกษาในสังคม เรื่องราวปฏิสัมพันธ์ของผู้คนทั้งในโลกยุคเก่า และโลกยุคใหม่อันมีเสน่ห์ที่แตกต่าง แต่สามารถเชื่อมโยงผู้คนให้เข้าถึงซึ่งกันและกัน