เที่ยวยังไงให้พ้นมือโจร

92

ก่อนเข้าเรื่อง ต้องขอชี้แจงแถลงไขก่อนว่าบทความนี้ ไม่ได้มีเจตนาที่จะโจมตีหรือก่อให้เกิดผลเสียต่อประเทศใดประเทศหนึ่งแต่อย่างใด แต่บังเอิญว่าเมืองหรือประเทศที่เรายกกรณีศึกษามาเป็นตัวอย่างนั้น ขึ้นชื่อเรื่องโจรลักเล็กขโมยน้อย ทั้งล้วง ทั้งฉกกระเป๋า ในสารพัดรูปแบบ ซึ่งก็เป็นเพียงคนกลุ่มหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความไม่ประทับใจการไปเที่ยวในครั้งนั้นๆ ได้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเมืองไหนๆ ในโลก ย่อมมีเหล่ามิจฉาชีพปะปนอยู่ เพียงแต่หากมีมาก เราเองก็อาจตกเป็นเหยื่อได้ทุกเมื่อ บทความนี้จึงมีความตั้งใจที่จะช่วยเป็นแนวทางในการป้องกันตัวให้กับเพื่อนๆ นักเดินทางได้คอยระมัดระวังตัวกันมากขึ้น

หากใครมีโอกาสได้เดินทางไปประเทศในแถบยุโรป ไม่ว่าจะเป็นเยอรมัน อิตาลี และแน่นอนกับสเปน หลายๆ คนคงมักได้รับการตักเตือนว่าอย่าชะล่าใจเรื่องมิจฉาชีพ หรือต้องระวังตัวเป็นพิเศษ ที่แม้แต่คนท้องถิ่นเองยังเอ่ยปากว่า “ให้ระวังเรื่องล้วงกระเป๋าให้จงมาก” เพราะนักท่องเที่ยวโดนกันเยอะ โดนกันถ้วนหน้า แบบคิดไม่ถึงว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวเองได้

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ทางที่ดีคือต้องหาวิธีปรับตัวและปรับวิถีการเดินทางบางส่วน เพื่อยังคงได้เที่ยวสนุกและรอดพ้นจากเหล่ามือโจรที่อาจแฝงตัวมาได้ทุกเมื่อ

 

วิธีแรกที่ได้ผลเสมอ คือ “ทำตัวให้เนียนกับคนท้องถิ่นมากที่สุด” เพราะจากคำบอกเล่าของนักเดินทางผู้เชี่ยวชาญหลายๆ ท่าน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคนที่แต่งตัวจัดเต็ม แบบดูเป็นนักท่องเที่ยวจ๋า จะได้รับความสนใจจากเหล่ามิจฉาชีพมากเป็นพิเศษ เพราะเขาเหล่านั้นจะรู้ทันทีว่า 1. คนนี้เป็นคนต่างถิ่น จะไม่รู้จักทางหนีทีไล่ ง่ายต่อการหลอก 2. น่าจะมีเงินเยอะ 3. น่าจะมีข้าวของเครื่องใช้ที่จะขโมยไปขายต่อได้ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ของใช้ไฮเทคต่างๆ ฉะนั้นการแต่งตัวเป็นนักท่องเที่ยวจ๋า อาจเป็นเหมือนการเปิดประตูรับแขก เหมือนเชิญชวนคนที่เป็นโจรเข้าบ้านอย่างไรอย่างนั้น

เมื่อได้คิดได้ดังนี้ จึงควรตัดใจไม่ใส่เสื้อผ้าที่มีสีสันเตะตา ไม่ใส่หมวกดูเป็นแฟชั่น หรือมีสไตล์มากกว่าคนปกติ แล้วหันมาใส่เสื้อผ้าแนวสีทึมๆ อย่างดำ เทา น้ำเงิน หรือแต่งตัวให้เข้ากับคนท้องถิ่นมากที่สุด เท่าที่จะทำได้

 

นอกเหนือจากการแต่งตัวให้เนียนกับคนท้องถิ่นแล้ว การไม่ทำตัวให้เหล่ามิจฉาชีพรู้ว่าเราเป็นนักท่องเที่ยว หรือคนต่างถิ่นก็ยังพอช่วยได้อีกขั้น จึงอยากแนะนำว่าการเดินถือกล้องถ่ายรูปไปมา หรือห้อยกล้องไว้กับคอตลอดนั้น ถือว่าไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นหากไม่ได้ใช้กล้องแล้วเมื่อไร ก็ให้เก็บใส่กระเป๋าสะพายหรือเป้จะดีกว่า รวมไปถึงการยืนกางแผนที่ในที่โล่ง หรือในรถไฟใต้ดิน ถ้าสามารถเลี่ยงได้ก็ดี แล้วหากอยากดูเส้นทางว่าอะไรอยู่ตรงไหนไปยังไงดี ก็ให้เลือกเปิดกางแผนที่เมื่ออยู่ในร้านอาหาร หรือร้านกาแฟจะดีกว่า อ้อ…หากจะถามทางใครสักคน แนะนำให้เลือกถามกับพนักงานร้านต่างๆ หรือถามคนที่ดูเป็นคนทำงานมากกว่าคนที่เดินสัญจรผ่านไปมา เพราะอาจโชคไม่ดีดันไปถามทางเอากับมิจฉาชีพโดยไม่รู้ตัวก็ได้

 

นอกจากการโดนล้วงกระเป๋าในที่แออัด หรือย่านชุมชนคนหนาแน่นแล้ว ต่อไปนี้เป็นวิธีหลอก หรือวิธีเบี่ยงเบนความสนใจ ซึ่งพอเราเผลอเมื่อไร ก็โดนฉกของไปในเสี้ยววินาทีทันที

1. อ้างเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ
วิธีนี้ได้รับคำเตือนมาจากสจ๊วตบนเครื่องบิน ซึ่งเคยพลาดพลั้งโดนมา คือจะมีคนเดินมาอ้างตัวว่าเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ แล้วขอดูพาสปอร์ต ขอดู ID Card คุยโน่นถามนี่ ขอดูกระเป๋าเงิน ถามว่าอยู่กี่วัน พักที่ไหน คุยไปคุยมา ก็คืนกระเป๋าตังค์ให้ มารู้ตัวอีกทีหลังจากหยิบกระเป๋าขึ้นมาดูอีกครั้ง ว่าเงินในกระเป๋าได้หายไปหมดแล้ว
ทางที่ดีจึงไม่ควรสนใจ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ถ้าเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาเรา คิดไว้ก่อนในใจเลยว่า “ไม่น่าจะมาดีแน่ๆ”
2. ของหล่น หรือเด็กหกล้ม
วิธีนี้พนักงานที่โรงแรม ซึ่งเป็นคนสเปนเล่าให้ฟังว่า เวลาเดินในที่สถานที่เที่ยวที่เป็นลานโล่ง หรือเป็นที่กว้างๆ จะมีคนเดินมาชนเรา แล้วของที่ถือมาจะหล่นลงพื้น หรือมีผู้ใหญ่เดินจูงเด็กมา เดินชนเรา แล้วเด็กล้ม ซึ่งเป็นเรื่องปกติของคนทั่วๆ ไป ที่จะต้องก้มลง หรือนั่งลงไปช่วยหยิบของ หรือช่วยประคองเด็กลุกขึ้นมา นาทีนั้นบางคนอาจไม่ทันระวังตัว ก็อาจโดนฉกกระเป๋าตังค์ไปได้ หรือหากเผลอลืมวางเป้ไว้ข้างตัว หันมาอีกทีเป้หายไปแล้วทั้งใบ
3. ทำให้เลอะ พอเผลอแล้วก็ฉก
คำเตือนจากไกด์บริษัททัวร์ และหลายๆ คนก็โดนมาแล้วกับมุขนี้  คือเดินหรือยืนอยู่ดีๆ เสื้อ กางเกง หรือกระเป๋า เป้ จะเกิดการเลอะหรือเปื้อนซอส หรือสีอะไรสักอย่าง โดยไม่รู้ตัว ซึ่งเราอาจจะเห็นเอง หรืออาจมีคนมาสะกิดบอก แล้วก็จะเดินจากไป สักแป๊บจะมีคนใจดีเอาทิชชู่มายื่นให้ หรือมาช่วยเช็ค จากนั้นจะชี้ให้เราดูที่มาของซอส หรือสีที่หกมาเลอะเรา แน่นอนเราต้องหันหน้า แหงนหน้า ไปดูแน่นอน และพอหันกลับมาอีกที กระเป๋า หรือเป้ข้างตัว ก็หายไปแล้ว….ฉะนั้นระหว่างเดินทางไม่ว่าจะมีอะไรมาเลอะ หรือเปื้อน ก็ช่างมันนะครับ อย่าได้ไปสนใจว่าเลอะมาจากไหน…

 

ที่เล่ามาทั้งหมด ถือเป็นส่วนหนึ่งที่หลายๆ คนเคยประสบมา ซึ่งรู้ไว้พอเป็นแนวทางในการระมัดระวังตัว อย่าถึงขั้นวิตกกังวลมาก จะพาลให้เที่ยวไม่สนุกกันนะครับ และยังยืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นประเทศสเปน หรือเมืองไหนๆ ก็ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าไปเที่ยว เรื่องมิจฉาชีพนั้นเป็นแค่เพียงคนบางกลุ่มของเมืองที่เราไปเที่ยวเท่านั้น แค่รู้จักระมัดระวังตัวให้มากขึ้น ก็น่าจะเที่ยวได้อย่างมีความสุขและหลุดพ้นจากมิจฉาชีพได้อย่างไม่อยากเย็นอะไร

ให้กำลังใจผู้เขียนกันหน่อย :