5 ที่ลับ เหมาะแก่การหลบ มาบำบัดใจกายให้หายเหนื่อย

วิถีชีวิตคนเมืองจำนวนมากในปัจจุบัน ต้องผจญกับความเครียดไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งจากการทำงาน หงุดหงิดรถติด เครียดกับการเรียนการทำวิจัย ทะเลาะกับแฟน หุ้นตก ธุรกิจได้ผลประกอบการไม่ดีตามเป้าหมาย ฯลฯ ส่งผลให้ร่างกายและจิตใจขาดความสมดุล เหนื่อยล้า ไม่สดใส หรือหากมีความเครียดสะสมเป็นเวลานาน ก็มักจะทำให้เกิดปัญหาออฟฟิศซินโดรมตามมา

GU Awesome ขอแนะนำ 5 สถานที่ และโปรแกรมสำหรับหลีกเร้นกายใจจากความวุ่นวายของสังคมเมือง เพื่อบำบัดอารมณ์ความรู้สึกและความเหนื่อยล้าของร่างกาย ให้กลับมาสู่ความสมดุล มีชีวิตชีวาและกระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง แน่นอนว่า GU ทดลองโปรแกรมทรีทเม้นต์ต่างๆ แล้วพบว่า ได้ผลดีจึงอยากบอกต่อ

1. Panpuri Wellness & Onsen

ขอบคุณภาพจากแฟนเพจ PAÑPURI

ผ่อนคลายด้วยการปลดเปลื้องเปลือยกาย แช่บ่อออนเซน ที่มีทั้งบ่อรวม (แยกชายหญิงและราคาถูกกว่าบ่อไพรเวท) และบ่อไพรเวทในห้องส่วนตัวพร้อมวิวกระจกบานใหญ่ วิวเมืองกว้างไกล นอกจากนี้ยังมีคอร์สนวดบำบัดร่างกายรูปแบบต่างๆ ของออร์แกนิกสปา รวมถึงมีอาหารออร์แกนิกเพื่อช่วยในการบำบัดร่างกายด้วย

โปรแกรม    : Panpuri Signature Pure Relaxation Body Ritual
ระยะเวลา    : 180 นาที
ราคา          : 5,400 บาท

ขั้นตอนการบำบัด : เริ่มด้วยการเสิร์ฟเครื่องดื่มต้อนรับ Organic Vitality Boost จากมะนาว น้ำผึ้งและกระชาย ที่ดื่มแล้วเรียกความสดชื่น เลือกกลิ่นน้ำมันหอมระเหยที่ใช้ในการนวดและสครับที่ชอบ จากนั้นเข้าสู่ห้องออนเซนไพรเวทที่มีเตียงนวดและห้องน้ำภายในตัว เปลี่ยนไปสวมชุดคลุมที่นุ่มมากๆ เพราะเป็นผ้าฝ้ายออร์แกนิก ประคบร้อนบริเวณต้นคอด้วยหมอนสมุนไพรร้อน แช่เท้าและขัดเท้าในอ่างที่มีมะกรูดและเกลือ จากนั้นปลดเปลื้องทุกอย่าง แช่กายในบ่อออนเซนให้สบายอารมณ์พร้อมวิวเมืองกว้างไกล 30 นาที (ไม่ต้องกังวลว่าคนในตึกตรงข้ามจะมองเห็นร่างเปลือย เพราะพนักงานบอกว่าด้วยความพิเศษของกระจกรับรองว่ามองไม่เห็น) ตรงขอบบ่อเธราปิสต์จะเตรียมน้ำเย็นเอาไว้ให้หลายขวด สำหรับจิบระหว่างการแช่ออนเซน ซึ่งในบ่อความร้อน 40 องศานี้ จะมีส่วนผสมของสารอาหารที่ช่วยบำรุงผิวพรรณด้วย ข้างบ่อจะมีปุ่มฉุกเฉินสำหรับผู้ที่รู้สึกว่าเมื่อแช่ออนเซนแล้วร่างกายเกิดความผิดปกติเช่น หน้ามืด เวียนหัว ฯลฯ หลังจากนั้นก็เป็นการขัดผิวด้วยสครับ 30 นาที (มีสามสูตรให้เลือก กาแฟ มะขาม และมะพร้าว) ปิดท้ายด้วยการนวดร่างกายอีก 90 นาที ก่อนจะปิดท้ายด้วยการนวดเท้าอีก 30 นาที สำหรับน้ำหนักในการนวดสามารถเลือกได้ว่าจะเบา กลาง หรือหนัก รวมถึงจุดที่อยากให้เน้นหรือละเว้นด้วย หลังจากจบโปรแกรม เจ้าหน้าที่จะเสิร์ฟชาข้าวออร์แกนิกและผลไม้เรียกความสดชื่นมาให้

ผลลัพธ์ที่ได้  : ร่างกายคลายความเมื่อยล้า ผิวพรรณชุ่มชื้นขึ้น แบบรู้สึกได้พร้อมหอมกลิ่นลาเวนเดอร์ของน้ำมันนวด ที่สำคัญช่วยให้นอนหลับสบายยิ่งขึ้น ปกติคนเขียนมีปัญหานอนหลับยากมาก หลังจากทดลองโปรแกรมนี้ไป คืนนั้นหลับลึกยาวนานถึง 9 ชั่วโมง แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

คะแนนจาก GU : 5 ดาว (จากคะแนนเต็ม 5 ดาว)

ที่ตั้ง : ชั้น 12  อาคารเกษร ถนนเพลินจิต
เบอร์โทร : 02 253 8899
เวลาเปิดบริการ : ทุกวัน 10.00 – 23.00 น.
รายละเอียดเพิ่มเติม : www.panpuriwellness.com

แผนที่:

2. Kashikiri Onsen and Spa


ออนเซนไพรเวทใจกลางเมือง ในบรรยากาศการต้อนรับที่อบอุ่นเป็นกันเอง ห้องออนเซนที่นี่เป็นส่วนตัวสามารถมองผ่านกระจกออกไปเป็นวิวต้นไผ่สีเขียวสบายตา การได้สวมชุดยูกาตะก็ช่วยทำให้รู้สึกถึงออนเซนในแบบญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ที่นี่ยังมีบริการที่พักสไตล์เรียวกังให้ผ่อนคลาย พักผ่อน จิบชา ทานอาหารเช้าแบบญี่ปุ่น และแช่ออนเซน แถมมีพนักงานมานวดถึงห้องนอน เรียกว่าฟินแบบไม่ต้องบินไปญี่ปุ่นเลยทีเดียว

โปรแกรม     :  ไพรเวทออนเซน + นวดอโรม่า
ระยะเวลา     :  120 นาที
ราคา           :  2,250 บาท (ราคาโปรโมชั่นในช่วงนี้)

ขั้นตอนการบำบัด : เริ่มต้นด้วยการดื่มชาร้อนๆ เลือกสูตรน้ำออนเซนที่จะแช่ ซึ่งมีสองแบบ คือ Kusatsu และ Beppu ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างกันคือเน้นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อกับเน้นผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง จากนั้นก็เลือกกลิ่นน้ำมันหอมระเหยที่ชอบสำหรับการนวด ที่นี่มีมากมายหลายกลิ่น ทั้งลาเวนเดอร์ กุหลาบ ส้ม ตะไคร้ ฯลฯ จากนั้นเปลี่ยนไปสวมชุดยูคาตะและไปห้องออนเซนส่วนตัว ภายในห้องจะมีคำแนะนำเกี่ยวกับการแช่ออนเซนติดไว้ รวมถึงปุ่มกดเรียกหากเกิดเหตุฉุกเฉิน (สำหรับคนที่มาเป็นคู่ที่นี่ก็มีบ่อออนเซนที่ลงแช่คู่กันได้ในห้องเดียวหรือจะเลือกเป็นบ่อแยกคนละห้องแต่เปิดประตูเชื่อมหากันก็ได้) แนะว่าควรแช่ประมาณ 7 – 10 นาที แล้วราดร่างกายด้วยน้ำเย็นแล้วค่อยแช่ถังออนเซนใหม่ สลับไปมาแบบนี้ แช่ออนเซนทั้งหมด 45 นาที ก่อนจะไปยังห้องนวดเพื่อนวดน้ำมันอโรม่าอีก 75 นาที สามารถบอกพนักงานได้ว่าอยากให้เน้นจุดไหนเป็นพิเศษ ปิดท้ายด้วยชาข้าวคั่วหอมๆ และผลไม้กับขนมหวานเรียกพลังงาน

ผลลัพธ์ที่ได้  : ร่างกายคลายความเมื่อยล้า รู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น ผิวพรรณเนียนนุ่มด้วยน้ำมันอโรม่า

คะแนนจาก GU : 4 ดาว (จากคะแนนเต็ม 5 ดาว)

ที่ตั้ง : ตั้งอยู่สามแยกสุดปลายซอยสุขุมวิท 49 มีที่จอดรถประมาณ 10 คัน
เบอร์โทร : 08 1268 4624
เวลาเปิดบริการ :  เปิดบริการทุกวัน 10.00 – 22.30 น.
รายละเอียดเพิ่มเติม : www.kashikirionsenandspa.com

แผนที่ :

3. Zik Zleep Zalon

ผ่อนคลายพร้อมเบาสบายศีรษะด้วยซาลอนผมที่จะได้สระผมไปด้วย นอนพักหลับตาไปด้วยขณะที่ช่างผมทำความสะอาดและนวดบำรุงหนังศีรษะ ที่นี่เป็นที่แรกในไทยกับคอนเซ็ปต์นี้ มีทรีทเมนต์บำรุงเส้นผมที่น่าสนใจหลากหลาย อย่าง เช่น Shirodhara โปรแกรมสำหรับการผ่อนคลายและเพิ่มความเงางามให้เส้นผม โปรแกรม Nap Shampoo ที่นอกจากเส้นผมจะสะอาดล้ำลึกแล้วยังได้ผ่อนคลาย หลัง บ่า ไหล่ จากการทำงานด้วย

โปรแกรม     : Scrub Plus โปรแกรมสำหรับดีท็อกซ์หนังศีรษะ เส้นผมและลดปัญหาผมร่วง
ระยะเวลา     :  120 นาที
ราคา           : 2,500 บาท

ขั้นตอนการบำบัด : เริ่มจากการพูดคุย สอบถามถึงปัญหาของเส้นผมและหนังศีรษะเพื่อเลือกโปรแกรมที่เหมาะสม จากนั้นมีการประคบร้อนบริเวณต้นคอเพื่อการผ่อนคลาย เมื่อนอนที่เตียงสระผมแบบไฮโดริกที่ปรับในท่านอนให้รู้สึกผ่อนคลาย พนักงานจะนำผ้าห่มมาห่มให้ นำหินร้อนมานวดประคบบริเวณต้นคอและหลัง บ่า ไหล่ ปิดตาด้วยถุงผ้าถั่วปิดตา นวดและสครับหนังศีรษะด้วยข้าวหอมนิล และบำรุงด้วยน้ำมันจากเมล็ดองุ่น ขจัดเซลล์หนังศีรษะที่เสื่อมสภาพให้หลุดออก นวดกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ฟื้นฟูหนังศีรษะให้กลับมาแข็งแรง ร่วมกับการใช้แสงบำบัดสีแดงด้วยเทคโนโลยีไอออน และล้างเส้นผมด้วยน้ำร้อนจากกาน้ำที่ไหลผ่านผ้าคลุมผม ปิดท้ายด้วยการนวดหลังบ่าไหล่ แขน และมือ เพื่อความผ่อนคลายด้วยหินร้อน ก่อนจะไดร์ผมทรงตามต้องการ ระหว่างนี้จะมีการเสิร์ฟชาร้อนตามกรุ๊ปเลือด ผู้เขียนกรุ๊ปเลือดบี ได้เป็นชากุหลาบหอมหวานที่จิบแล้วสดชื่นเป็นอย่างมาก

ผลลัพธ์ที่ได้  : รู้สึกสบาย ผ่อนคลายและเบาสบายศีรษะ เส้นผมมีความเงางามแบบเห็นได้ชัด หลังทำเมื่อหวีรู้สึกได้ว่าไม่มีผมร่วงเลย ทั้งที่ปกติพอหวีปุ๊บผมจะร่วงหลายเส้นมาก           

คะแนนจาก GU : 4 ดาวครึ่ง (จากคะแนนเต็ม 5 ดาว) 

ที่ตั้ง : พหลโยธินซอย 5 (ซอยราชครู) อยู่ถัดจากร้านอาหารบ้านแม่ยุ้ย
เบอร์โทร : 09 8614 9997
เวลาเปิดบริการ :  เปิดบริการทุกวัน 10.00 – 21.00 น.

รายละเอียดเพิ่มเติม : Facebook Zik Zleep Zalon – Hair Anti – aging & Sleep Salon

แผนที่ : 

4. The One Sand Bath Spa

ขอบคุณภาพจากแฟนเพจ The One Sand Bath

สำหรับคนที่มีปัญหาออฟฟิศซินโดรม แนะให้ลองมาแช่บ่อทรายร้อนจากภูเขาไฟที่นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น
การดีท็อกซ์ร่างกายรูปแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ที่จะช่วยขจัดของเสียออกจากร่างกาย ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่างๆ บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ปรับสมดุลของร่างกายให้กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์

โปรแกรม : Signature Sand Bath + Signature Aroma Therapy
ระยะเวลา : 135 นาที
ราคา : 1,700 บาท (ราคาเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่นแต่ละเดือน)

ขั้นตอนการบำบัด : ก่อนอื่นพนักงานจะมีการสอบถามประวัติ โรคประจำตัว อาการต่างๆ ให้ดื่มน้ำเปล่าเย็นๆ
ก่อนชั่งน้ำหนักและวัดความดัน หากความดันโลหิตสูงหรือต่ำเกินไป ก็ไม่สามารถแช่บ่อทรายร้อนได้ จากนั้นเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อเกาะอกยาวและกางเกงขาสั้นของทางสปา ค่อยๆ ก้าวเข้าไปนั่งบนกระดานไม้ในบ่อทรายร้อน ค่อยๆ นอนลง พนักงานจะดึงกระดานไม้ออกและค่อยๆ โกยทรายร้อนทับลงมาบนร่างกายทีละส่วน พนักงานจะคอยดูแลใกล้ชิด คอยถามตลอดเวลาว่ารู้สึกอย่างไร ทนได้ไหม หากรู้สึกมึนหัวให้รีบบอก ช่วง 10-15 นาทีแรก จะเป็นการดีท็อกซ์ร่างกาย ของเสียจะถูกขับออกมาในรูปของเหงื่อ และช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยระหว่างนี้พนักงานจะนำผ้าเย็นมาคอยประคบตามส่วนต่างๆ ของใบหน้าอยู่ตลอด หลังจากนั้นมีการนวดกดจุดใบหน้าเพื่อความผ่อนคลาย ก่อนจะขัดผิวกายด้วยการนำเม็ดทรายร้อนถูไปมาตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพื่อช่วยขจัดแบคทีเรียบนผิวหนัง ขจัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพ ระยะเวลาในการแช่บ่อทรายร้อน 50 องศานี้อยู่ที่ 45 นาที หลังจากนั้นจะมีการให้จิบเกลือแร่ทดแทนการสูญเสียน้ำ ก่อนจะไปนวดน้ำมันเพื่อความผ่อนคลาย จบท้ายด้วยชาร้อนเพื่อปรับสมดุลร่างกาย

ผลลัพธ์ที่ได้  : ระหว่างแช่บ่อทรายร้อนจะมีเหงื่อออกตามร่างกายค่อนข้างมาก หลังจากนั้นจะรู้สึกเบาสบาย จากที่คัดจมูกก็หายใจโล่งขึ้น กล้ามเนื้อที่ตึงก็มีความผ่อนคลายลง

คะแนนจาก GU : 4 ดาวครึ่ง (จากคะแนนเต็ม 5 ดาว)

ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ใน The One Residence Hotel ระหว่าง ศรีนครินทร์ 63 และ ศรีนครินทร์ 65
เบอร์โทร : 02 185 6364, 08 5140 5454
เวลาเปิดบริการ : เปิดบริการทุกวัน 11.30 – 22.00
รายละเอียดเพิ่มเติม : www.theonesandbath.com

แผนที่ : 

5. Divana Nurture Spa

ขอบคุณภาพจากแฟนเพจ Divana Nurture Spa

สปาใกล้ชิดธรรมชาติใจกลางเมืองที่ใช้ศาสตร์ไทยโบราณ ภูมิปัญญาตะวันออกมาบวกกับวิวัฒนาการการแพทย์ยุคใหม่เข้าไว้ด้วยกัน เน้นการเสริมสร้างสุขภาพ กาย ใจ และจิตวิญญาณที่สมบูรณ์ เน้นความเป็นไทยด้วยสัญลักษณ์ของดอกบัวและแนวคิดแบบไทยรีทรีต

โปรแกรม : Office Syndrome Remedy
ระยะเวลา : 120 นาที  
ราคา : 2,750 บาท

ขั้นตอนการบำบัด : เริ่มต้นด้วยการจิบชาดอกบัวเย็นๆ พร้อมผ้าเย็นสำหรับเช็ดมือเช็ดแขนเพิ่มความสดชื่น จากนั้นเลือกกลิ่นน้ำมันหอมระเหยที่จะนวด เมื่อเข้าไปในห้องแล้ว ขั้นตอนแรกคือการแช่เท้าและขัดเท้าในอ่างน้ำสมุนไพรที่มีทั้งมะกรูด กลีบกุหลาบ และเกลือ จากนั้นเริ่มต้นการนวดน้ำมันที่เน้นบริเวณหลัง ไหล่ และศีรษะเป็นพิเศษ สามารถบอกได้ว่าต้องการน้ำหนักในการนวดระดับใด ก่อนจะนวดทั่วเรือนร่างด้วยการรีดเส้นเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ จบด้วยการประคบร้อนด้วยลูกประคบเกลือสูตรเฉพาะในการบำบัดอาการออฟฟิศซินโดรมของที่นี่ ปิดท้ายด้วยชาร้อนและผลไม้อย่างกล้วยหอมและสับปะรดราดน้ำผึ้งเพื่อเติมพลังงานและความสดชื่น

ผลลัพธ์ที่ได้  : กล้ามเนื้อลดความตึงเครียด รู้สึกผ่อนคลาย เบาสบายร่างกาย น้ำมันหอมระเหยเคลือบคลุมผิวให้รู้สึกชุ่มชื้นพร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ

คะแนนจาก GU : 5 ดาว (จาก 5 คะแนนเต็ม)

ที่ตั้ง : สุขุมวิท 13 แยก 1 เกือบสุดซอยด้านขวามือ
เบอร์โทร : 02 651 2916
เวลาเปิดบริการ : จันทร์ – ศุกร์ 11.00 – 23.00 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.00 – 23.00 น.

รายละเอียดเพิ่มเติม : www.divanaspa.com/NurtureSpa

แผนที่ :

ด้วยเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็จะพบได้ว่าการเลือกการผ่อนคลายแบบถูกที่ถูกเวลา ก็พอจะสามารถช่วยให้ร่างกายและจิตใจได้ถูกปลุกให้กระชุ่มกระชวย และพร้อมลุยงานหนักได้ต่อไป ความเครียดก็ไม่สะสม และหากมีเวลาที่สามารถหยุดพักผ่อนได้หลายวันเมื่อไหร่ ก็ค่อยวางแผนเดินทางออกไปพักผ่อนนอกเมืองแบบได้หยุดเรื่องงานแล้วมีชีวิตที่ได้ผ่อนคลายทั้งสมองและร่างกายอย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ

ให้กำลังใจผู้เขียนกันหน่อย :

เจ้าของนามปากกา Hima in the Rain อดีตนักเรียนศิลปะที่หลงรักการอ่าน ชื่นชอบการเขียน เพียรฝึกทำอาหาร สนใจใคร่รู้เรื่องราวต่างๆ รอบตัว การใช้ชีวิต กิน ดื่ม เที่ยว ระบบการศึกษาในสังคม เรื่องราวปฏิสัมพันธ์ของผู้คนทั้งในโลกยุคเก่า และโลกยุคใหม่อันมีเสน่ห์ที่แตกต่าง แต่สามารถเชื่อมโยงผู้คนให้เข้าถึงซึ่งกันและกัน