Karl Lagerfeld ในวันที่ตัวจากไป แต่ลมหายใจของเขายังอยู่

223
ที่มา: lecontainer.blogspot.com

19 กุมภาพันธ์ 2562 โลกได้สูญเสียบุคคลสำคัญในวงการแฟชั่นไปตลอดกาล คาร์ล  ลาเกอร์เฟลด์ (Karl Lagerfeld) คือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จให้กับแบรนด์ระดับโลก อย่าง CHANEL และ FENDI รวมถึงแบรนด์ของตัวเองอย่าง Karl Lagerfeld สิ่งที่น่าทึ่งในตัวเขาคือพรสวรรค์อันไร้ขีดจำกัด เขาเป็นทั้งนักออกแบบแฟชั่น นักตกแต่งภายใน ช่างภาพ ผู้กำกับ นักวาดภาพประกอบ นักออกแบบน้ำหอม นักสร้างสรรค์เครื่องประดับ ฯลฯ ความเป็นศิลปินแสดงออกมาในทุกสิ่งที่เขาทำ แม้ในวัย 85 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายก่อนที่จะล่วงลับ เขายังคงเปี่ยมไปด้วยแรงปรารถนาในการสร้างสรรค์ความงาม ซึ่งคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ มีสไตล์ที่ล้ำหน้ากว่าคนอื่นอยู่เสมอ

ชีวิตของเขาผ่านเรื่องราวมามากมาย เขาเกิดในครอบครัวมีฐานะในเมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี ในปี ค.ศ. 1933 แต่ต้องย้ายไปอยู่ในชนบทเมื่อฮัมบูร์กโดนโจมตีด้วยระเบิดในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1944 จากนั้นจึงได้มาเรียนหนังสือที่ปารีส และตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่ปารีสกับแม่ ในปี ค.ศ. 1953 ซึ่งทำให้เขาค่อยๆ ดูเป็นชาวฝรั่งเศสไปโดยปริยาย เพราะปารีสไม่เพียงแต่เป็นสถานที่สร้างชื่อเสียง แหล่งกำเนิดผลงาน หากยังเป็นที่พำนัก ที่ตั้งของสตูดิโอ และห้องสมุดส่วนตัวที่ทุกคนจะต้องตื่นตะลึง

ที่มา: theselby.com

คงไม่มีใครรักหนังสือมากไปกว่าคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ อีกแล้วในโลกใบนี้ ท่ามกลางวัสดุประดามี สิ่งหนึ่งที่เขารักคือกระดาษ เขากล่าวว่า “กระดาษคือจุดตั้งต้นของภาพวาด และเป็นจุดจบของภาพถ่าย” ในวันที่หลายคนกังวลว่าสื่ออินเทอร์เน็ตจะเข้ามาแทนที่กระดาษ คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ กล่าวถึงทัศนะต่อเรื่องนี้ ในโอกาสที่ให้สัมภาษณ์กับ Tyler Brûlé บรรณาธิการ Monocle ว่า “ภาษาที่ใช้ในสื่ออินเทอร์เน็ตเรียกว่าข้อมูล หรือ Information แต่กับหนังสือ คุณจะอยากนั่งลง อ่าน และอ่านในสิ่งที่รื่นรมย์สำหรับการอ่าน ไม่ใช่แค่รูดผ่านข้อมูลซึ่งคุณก็หาจากที่อื่นได้”

ที่มา: theselby.com

แรงบันดาลใจของเขามาจากหนังสือมากมายในห้องสมุดส่วนตัวของคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ ซึ่งเป็นทั้งอพาร์ตเมนต์และสตูดิโอ เต็มไปด้วยหนังสือที่ตั้งเรียงเป็นชั้นๆ จากพื้นจรดผนังทุกด้าน และทุกห้อง มากกว่า 60,000 เล่ม (เขาเคยกล่าวว่ามีหนังสือ 300,000 กว่าเล่ม) วิธีการวางหนังสือของเขาก็ไม่เหมือนใคร 80% จะวางในแนวนอน เวลาหยิบอาจจะยากสักหน่อยโดยเฉพาะเล่มที่อยู่ด้านล่างสุด แต่ก็ง่ายสำหรับเขาในการสอดส่ายสายตาหาชื่อหนังสือจากสันปกโดยไม่ต้องเอียงคออ่าน เขายังสร้างระเบียงชั้นลอย พร้อมบันไดวนให้เดินขึ้นไปหาหนังสือเล่มที่อยู่เกือบติดเพดานรอบห้องอีกด้วย

ที่มา theselby.com

เขากล่าวถึงความรักหนังสือว่า “ฉันหลงเสน่ห์หนังสือ นี่คือโรคที่ฉันไม่ต้องการให้หายขาด หนังสือเป็นยาเสพติดขนานหนักที่ไม่มีอันตรายจากการใช้ยาเกินขนาด และถ้าคุณโหยหิวไม่เคยอิ่ม หนังสือก็แค่กินพื้นที่ว่างในอากาศเพิ่มขึ้นไปเท่านั้น ฉันเป็นเหยื่อของหนังสือที่มีความสุข…ฉันไม่สามารถอยู่ได้โดยปราศจากหนังสือ ดังที่โชเพินฮาวเออร์ กล่าวว่า “จะดีมากถ้าคุณสามารถซื้อหนังสือพร้อมเวลาอ่านได้”

ที่มา: propertyofalady.fr

ความหลงใหลหนังสือ ยังทำให้เขาก่อตั้งสำนักพิมพ์ 7L publishing company ซึ่งออกแบบและจัดพิมพ์หนังสือหมวดต่างๆ ตั้งแต่ ศิลปะ การออกแบบ เซรามิก ตกแต่งภายใน สถาปัตยกรรม สวน และอาหาร และเขายังเปิดร้านหนังสือในพื้นที่เดียวกันกับอพาร์ทเม้นต์ของเขา แต่อยู่ชั้นล่างชื่อว่า 7L bookshop ตั้งอยู่ที่ Librairie 7L, 7 rue de Lille 75007 Paris

53 ปีที่เขานั่งในตำแหน่ง Artistic Director ของ Fendi และ 36 ปี ในตำแหน่ง Creative Director ของ CHANEL ผู้ทำให้โลโก้ C ไขว้เกิดขึ้นในโลกจนเป็นที่จดจำ และยังทำแบรนด์ของตนเองโดยตัดตัว T ออกจากนามสกุล เพื่อให้คนจำง่ายขึ้น (เดิมชื่อ Karl Lagarfeldt) ถึงวันนี้ ดีไซเนอร์ชาวเยอรมันผู้ซ่อนดวงตาไว้หลังแว่นดำ และสวมใส่ถุงมือหนังอยู่เสมอ ได้สร้างสรรค์ผลงานมากมายให้ผู้คนในแวดวงศิลปะได้เรียนรู้วิธีคิด และเบื้องหลังการทำงานที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ แม้ว่าตัวเขาจะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่เชื่อว่าลมหายใจของเขายังคงอยู่ในทุกสิ่งที่เขารัก

เขาเคยกล่าวว่า “I am very much down to earth, just not this earth.” หรือบางทีตอนนี้ คาร์ล  ลาเกอร์เฟลด์ อาจจะกลับไปอยู่ดวงดาวที่เขาจากมา

 


ข้อมูลอ้างอิง

The Big Interview: Karl Lagerfeld https://goo.gl/UEBxdA

Karl Lagerfeld Has Arranged His Floor-to-Ceiling Library Sideways https://goo.gl/yb719T

http://www.librairie7l.com/karl-lagerfeld-en.php

ให้กำลังใจผู้เขียนกันหน่อย :