7 จุดดำน้ำทั่วโลก กับงานประติมากรรมสุดอลังการ จนอาจลืมหายใจ

188

หากดำลงไปใต้น้ำแล้วไม่ได้เจอแนวปะการังอีกต่อไป เราจะเจออะไรแทน…?

คำถามที่ตอบได้ยากและชวนเวิ้งว้างใจพอๆ กับความไร้ขอบเขตของมหาสมุทร ได้ฉุดให้นายเจสัน เดอแคร์ส เทเลอร์ (Jason deCaires Taylor) ประติมากรชาวอังกฤษที่รักท้องทะเลยิ่งกว่าสิ่งใด หันมาสร้างประติมากรรมใต้น้ำ เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้กับมหาสมุทรที่โดนทำร้ายด้วยฝีมือมนุษย์

ภาพจาก: www.underwatersculpture.com

เทเลอร์เริ่มโครงการแรกในปี พ.ศ.2549 โดยนำประติมากรรมชื่อ “The Lost Correspondent” ไปวางในทะเลนอกชายฝั่งประเทศเกรเนดา ด้วยความร่วมมือระหว่างนักชีววิทยาทางทะเลและศูนย์ดำน้ำท้องถิ่น ประติมากรรมซึ่งสร้างด้วยวัสดุซีเมนต์ที่มีค่า PH เป็นกลาง ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ถูกนำไปวางจะไว้ในกระแสน้ำที่พัดมาจากแนวปะการังธรรมชาติ กลายเป็นบ้านหลังใหม่ที่ยอมให้ลูกปะการังมาเกาะ

ภาพจาก: www.underwatersculpture.com

แม้ว่า The Colalarium ประติมากรรมอันงดงามซึ่งเขาอุตส่าห์ไปจัดวางไว้ที่ประเทศมัลดีฟส์ จะถูกเจ้าหน้าที่รัฐทุบทำลาย แต่การปกป้องท้องทะเลของเขาไม่ได้หยุดลงเพียงแค่นั้น เพราะโครงการที่ทำมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 จนถึงปัจจุบัน ที่ดำเนินการไปแล้ว 9 แห่ง (ใต้ทะเล 7 แห่ง ในแม่น้ำ 2 แห่ง) ตลอดระยะเวลา 13 ปี เริ่มส่งแรงกระเพื่อมแล้ว โดยประเทศสหรัฐอเมริกาก็ได้สร้างพิพิธภัณฑ์ใต้น้ำแห่งแรกในปี พ.ศ. 2561

ประติมากรรมแต่ละชิ้นนอกจากจะทำหน้าที่เป็นปะการังเทียมแล้ว ยังสะท้อนปัญหาของสังคม ปัญหาเด็ก ความไม่เท่าเทียม การจำกัดสิทธิเสรีภาพ ปัญหาผู้อพยพ ฯลฯ ในความลึกล้ำใต้ผืนทะเล ประติมากรรมที่ไร้ชีวิตเหล่านี้ กลับพูดแทนสัตว์น้ำและท้องทะเลได้มากกว่าที่เราคิดเสียอีก

ลองมาดูกันว่าประมาติกรรมใต้ท้องทะเลของเจสัน เดอแคร์ส เทเลอร์ ไปปรากฏที่ไหนกันบ้าง

1. Molinere Bay Underwater Sculpture Park (2006) ประเทศเกรเนดา

สวนประติมากรรมใต้น้ำแห่งแรกของโลก พิกัดนอกชายฝั่งตะวันตกของประเทศเกรนาดา ในหมู่เกาะอินเดียตะวันตก ณ บริเวณอุทยานแห่งชาติทางทะเล Molinere Beauséjour บริเวณที่ถูกพายุเฮอริเคนไอแวน (Ivan) พัดถล่มในปี พ.ศ.2547 ต่อมาในปี พ.ศ.2549 เจสัน เดอแคร์ส เทเลอร์ จึงวางประติมากรรมใต้น้ำ 75 ชิ้นงาน ที่ระดับลึกลงไป 5-12 เมตร เพื่อฟื้นฟูปะการัง ซึ่งประติมากรรมเหล่านี้ยังช่วยกำหนดพิกัดของบริเวณที่ควรได้รับปกป้องทางทะเลด้วย เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ยกย่องให้ “สวนประติมากรรมใต้น้ำแห่งเกรนาดา” เป็นหนึ่งในสุดยอด 25 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

2. Museo Subacuático de Arte (MUSA) (2009) ประเทศเม็กซิโก

พิพิธภัณฑ์ประติมากรรมใต้น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก บนพื้นที่ราว 420 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติทางทะเลแคนคูน (Cancun National Marine Park) นอกชายฝั่งทะเลที่เมืองแคนคูนและเมืองอิสลามูเจเรส รัฐกินตานาโร (Quintana Roo) ประเทศเม็กซิโก ที่นี่เริ่มต้นจากความตั้งใจของไจเม  กอนซาเลซ คาโน จากวนอุทยานแห่งชาติทางทะเล และโรแบร์โต  ดิแอซ จากสมาคมเดินเรือแคนคูน โดยเจสัน เดอแคร์ส เทเลอร์ ได้ชวนชาวประมงท้องถิ่นมาเป็นแบบปูนปั้น  จนกลายเป็นชุมชนประติมากรรมเหมือนคนจริงถึง 500 ชิ้น เขากล่าวว่าปฏิบัติการครั้งนี้มิได้เป็นเพียงแค่การสร้างเรือนเพาะชำเล็กๆ หากแต่เป็นโรงเพาะชำความอุดมสมบูรณ์ใต้ทะเล ซึ่งนอกจากเทเลอร์แล้วยังมีศิลปินท้องถิ่นมาร่วมอีก 6 คน

3. Ocean Atlas (2014) ประเทศบาฮามาส

เมื่อสร้างประติมากรรมจำนวนมากได้สำเร็จแล้ว เจสัน เดอแคร์ส เทเลอร์ จึงเพิ่มขนาดดูบ้าง “โอเชียน แอทลาส” คือประติมากรรมรูปผู้หญิงนั่งชันเข่าเอาหน้าแนบศอก ขนาดสูงเกือบถึงผิวน้ำ (16 ฟุตหรือเกือบ 5 เมตร) มีน้ำหนัก 60 ตัน ตั้งอยู่ใกล้กับชายหาดเมืองแนสซอ (Nassau) เมืองหลวงของประเทศบาฮามาส โดยได้รับมอบหมายจาก Bahamas Reef Environment Educational Foundation (B.R.E.E.F) เพื่อเป็นเกียรติให้กับเซอร์ นิโคลาส นัททาล ผู้ก่อตั้งองค์กรซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้คนตระหนักถึงการอนุรักษ์ธรรมชาติใต้ท้องทะเล นอกจากผลงานของเทเลอร์แล้วยังมียังผลงานอื่นๆ จากประติมากรท้องถิ่นร่วมด้วย

4. Museo Atlántico (2017) ประเทศสเปน

พิพิธภัณฑ์ลานซาโรเต จัดเป็นสวนพฤกษศาสตร์ใต้น้ำแห่งแรกในยุโรป อยู่ชายฝั่งทางใต้ของเกาะลานซาโรเต หมู่เกาะคานารี มหาสมุทรแอตแลนติก ประเทศสเปน ที่ระดับความลึก 12-14 เมตร ประกอบด้วยรูปปั้นขนาดคนจริงกว่า 300 ชิ้น รวม 12 ผลงาน อาทิ รูปปั้นมนุษย์บนกองฟืนคอนกรีต โต๊ะกระจกบานใหญ่ ฯลฯ กลุ่มฝูงชนที่เดินผ่านรั้วยาว 30 เมตร คือศูนย์กลางของพื้นที่จัดแสดงงาน ส่วน “The Raft of Lampedusa” หรือแพยางที่ขนผู้ลี้ภัย 13 คน มีต้นแบบมาจากผู้อพยพจริงๆ ที่ลี้ภัยมายังเกาะลานซาโรเต เมื่อ 16 ปีที่แล้ว

5. Nest (2017) ประเทศอินโดนีเซีย

ผืนทะเลบริเวณเกาะกิลิเมโน ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ระหว่างเกาะบาหลีและเกาะลอมบอกในประเทศอินโดนีเซีย เคยมีชื่อเสียงเรื่องน้ำทะเลที่ใสราวกระจก เป็นแหล่งอาศัยของเต่าทะเล ทว่าในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา แนวปะการังของโลกในบริเวณแห่งนี้สูญเสียไปกว่า 40% ผลงานประติมากรรมชื่อ NEST ซึ่งเปรียบเสมือนรวงรังแห่งความรัก เป็นรูปคนคู่ ยืนเป็นวงกลม โอบล้อมหญิงสาวที่นอนขดตัวเรียงกันบนพื้นทรายรวมทั้งสิ้น 48 ชิ้น สนับสนุนการดำเนินการโดย BASK  รีสอร์ทบนเกาะที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม

6. Nexus (2018) ประเทศนอร์เวย์

ผลงานประติมากรรมจำนวน 12 ชิ้นของเจสัน เดอแคร์ส เทเลอร์ ตั้งอยู่บนฝั่งและในน่านน้ำของเมืองออสโล ประเทศนอร์เวย์ ได้รับมอบหมายจาก Sjøholmen ศูนย์ศิลปะเด็กใหม่ในซานวิก้า เมืองออสโล เพื่อส่งเสริมให้เด็กๆ เห็นความสำคัญของการเชื่อมโยงระหว่างชีวิตบนบกและใต้ทะเล ถ้ามองบนฝั่งจะเห็นประติมากรรมพ่อกับลูกสาว ยืนมองลงไปใต้น้ำ ซึ่งมีร่างหลายร่างลอยน้ำอยู่ โดยสายสะดือยึดโยงกับผืนทรายใต้ทะเล แทนสัญลักษณ์ว่ามหาสมุทรคือครรภ์แห่งมารดาโลก ปัจจุบันเริ่มมีกุ้งก้ามกราม ปู และสัตว์เปลือกแข็งมาวางไข่อยู่ที่ฐานใต้สะดือ ในฤดูหนาวผืนน้ำแห่งนี้จะกลายเป็นน้ำแข็งหนาประมาณ 1 ฟุต ทำให้การชมประติมากรรมเหล่านี้ดูแปลกตายิ่งขึ้น

7. Underwater Museum Art (UMA) (2018) สหรัฐอเมริกา

พิพิธภัณฑ์ศิลปะใต้น้ำแบบถาวรแห่งแรกในสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ที่อ่าวเม็กซิโก นอกชายฝั่งวอลตัน เคาน์ตี้ รัฐฟลอริดา ห่างจากอุทยานเกรย์ตันบีช ชายหาดเมืองซานตาโรซา ออกไปราว 1.12 กิโลเมตร ลึกลงไปในทะเลราว 18 เมตร เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างสหพันธ์ศิลปวัฒนธรรมแห่งวอลตัน เคาน์ตี และสมาคมแนวหินเทียมเซาธ์ วอลตัน หรือ SWARA เพื่อเพิ่มประชากรสัตว์น้ำ ปกป้องทรัพยากร และคืนสภาพความสมดุลใต้ท้องทะเล โดยติดตั้งประติมากรรมชุดแรก 7 ชิ้น ในปี พ.ศ.2561 ชิ้นที่น่าจดจำคือหัวกะโหลก Swara Skull สูงประมาณ 2.5 เมตร มีฟันที่ทำจากสแตนเลส ผลงาน Vince Tatum ศิลปินชาวอเมริกัน เวลานักดำน้ำฉายไฟเข้าไปจะพบกับความตื่นเต้นเมื่อมีแสงไฟสะท้อนออกมา

ท้องทะเลคือสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์

เจสัน เดอแคร์ส เทเลอร์ ได้กล่าวไว้ใน TEX Talk 2015 โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า “ผมได้แต่หวังว่าการนำศิลปะของพวกเรามายังมหาสมุทร ไม่เพียงแต่เราจะได้ใช้ประโยชน์จากความคิดสร้างสรรค์อันบรรเจิด และผลเชิงทัศนียภาพของสิ่งแวดล้อม แต่เรายังคืนบางอย่างกลับไปสู่ท้องทะเล ด้วยการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมใหม่ให้งอกงาม และในบางแง่มุมอาจจะทำให้เราได้เห็นว่า ท้องทะเลคือสถานที่บอบบางราวกับสิ่งมีค่า ควรแก่การปกปักษ์รักษาไว้ เพราะมหาสมุทรของเราคือสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์”

 


ข้อมูลเพิ่มเติม

https://umafl.org

https://www.ted.com/talks/jason_decaires_taylor_an_underwater_art_museum_teeming_with_life?language=th#t-652136

www.underwatersculpture.com

 

 

ให้กำลังใจผู้เขียนกันหน่อย :