ตามติดชีวิต 1 วัน ของสุดยอดเทรดเดอร์มืออาชีพ

9106

อาชีพเทรดเดอร์อาชีพ หรือ Full Time Trader เป็นกระแสที่ได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่ และคนทั่วไปเพิ่มมากขึ้น เทรดเดอร์เป็นอาชีพที่ถูกมองว่าเป็นอาชีพอิสระที่มีความสบาย ทำงานง่าย รายได้สูง คือ ถูกมองว่าทำแล้ว รวยเร็ว มันเป็นอย่างนั้นจริงไหม อยากพาไปติดตามชีวิตของเทรดเดอร์อาชีพสัก 1 วัน ดูสิว่าเขาทำอะไรกันบ้าง ….

เวลา 5.30 น. ในเช้าวันธรรมดา เหมือนกับทุกๆ วัน ชาร์ลส์ (นามสมมุติ) เปลี่ยนชุดนอน ออกมาชงกาแฟแล้ว  เขาตื่นก่อนที่ใครในบ้าน อาจจะตื่นนอนก่อนคนทำงานประจำบางคนเสียอีก ชาร์ลส์ตื่นเช้าแบบนี้จนเป็นนิสัยมาตลอด 15 ปีที่ผ่านมา เขาบอกว่าการเริ่มต้นวันใหม่ทุกวันก่อนใคร จะทำให้พบความสำเร็จได้

เวลา 6.10 น. ชาร์ลส์ จะนั่งสมาธิในห้องทำงาน แม้ว่าจะความง่วงมากขนาดไหนก็ตาม เขาก็ต้องพยายามทำให้ได้  ช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา เขาเริ่มกิจวัตรนั่งสมาธิทุกเช้าอย่างนี้ และทำได้ดีมากขึ้นเรื่อยๆ การทำสมาธิไม่เพียงแต่ ฝึกให้เขาชำระล้างจิตใจให้ปลอดโปร่ง แต่ยังเป็นการฝึกจิตใจให้จดจ่อ เพิ่มพูนวิจารณญาณ ในการตัดสินใจ และยังเป็นการสร้างวินัยในตัวเองอีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญมากในชีวิต และอาชีพของเทรดเดอร์

หลังจากนั่งสมาธิได้ 20 นาที เขาจะเริ่มยืดกล้ามเนื้อ ออกกำลังกายเบาๆ ให้รู้สึกถึงเลือดลมไหลเวียนไปทั่วทุกเซลล์ในร่างกาย และทำให้รู้สึกสดชื่นตื่นตัว  แล้วก็สวมรองเท้าคู่โปรดออกไปวิ่งเบาๆ ที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน สัก 30 นาที  ถ้าวันไหนฝนตกก็จะเปลี่ยนไปวิ่งบนเครื่องวิ่งสายพานในบ้านแทน  แต่เขาบอกว่า ชอบที่จะออกไปวิ่งที่สวนสาธารณะมากกว่า จะได้สูดอากาศบริสุทธิ์ที่เย็นสบายในยามเช้า เป็นการเติมพลังให้กับเช้าวันใหม่อย่างสดชื่น

หลังจากกลับเข้าบ้านอาบน้ำ ทานอาหารเช้าเรียบร้อย ชาร์ลส์จะเปิดไอแพ็ด ไล่ดูหัวข้อข่าวที่ถูกส่งเข้ามาจาก News Feed ต่างๆ อ่านดูข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นรอบโลก และมีการจดบันทึกสรุปสิ่งที่คิดว่าสำคัญ และน่าสนใจเอาไว้ การอ่านข่าวทำให้ได้รับรู้เรื่องราวรอบโลกในภาพรวม อาชีพเทรดเดอร์จำเป็นต้องรับรู้ เหตุการณ์สำคัญในแต่ละวัน ที่อาจจะมีผลกระทบกับสภาวะของตลาดทั่วโลก

เวลา 7.30 น. ชาร์ลส์จะอยู่ที่ห้องทำงานในบ้านของเขาแล้ว ถึงแม้เทรดเดอร์จะไม่มีเจ้านาย ให้คอยส่งรายงาน อู้งานก็ได้ไม่มีใครรู้ แต่ด้วยนิสัยที่ตรงต่อเวลา และมีวินัย เขาจะมาอยู่ที่โต๊ะทำงานตรงเวลา 7.30 น. ทุกวัน เพื่อทบทวนบันทึกสรุปที่ทำไว้ และเริ่มวางแผนการเทรดของวันนี้ ชาร์ลส์ทำทุกขั้นทุกตอนแบบนี้ทุกเช้า ตั้งแต่เวลา 8.00 น. จนถึงเที่ยง เขาจะทุ่มเทเวลาทั้งหมด จดจ่ออยู่กับการเทรด จะไม่ติดต่อกับใครจนถึงเวลาพักกลางวัน

ชาร์ลส์ เริ่มต้นยามเช้าที่เรียบง่ายอย่างนี้ มาตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ชาร์ลส์ เป็นเทรดเดอร์อาชีพที่ประสบความสำเร็จอย่างมากคนหนึ่ง  เขามีความสุขกับอาชีพที่ให้อิสรภาพ มีรายได้มากมาย และสร้างความสุขสบายในการใช้ชีวิต เขาเชื่อว่าความสำเร็จของเขามีผลมาจาก กิจวัตรประจำวันทุกเช้า ที่เตรียมความพร้อมทั้งร่างกาย และจิตใจ สำหรับรับมือกับความกดดันในการเทรด ตลอดทั้งวัน เขาคิดว่าการที่เขาทำกิจวัตรประจำวันแบบนี้ อย่างจริงจังทุกเช้า ทำให้เขามีวินัย และมีการตัดสินใจที่ดี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญทำให้เขาประสบความสำเร็จในการเทรด

แต่นี่เป็นเพียงบางส่วนของเหตุผล ที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จเท่านั้น

 

วางแผนเทรด และเทรดตามแผน

ทุกเช้า ชาร์ลส์ จะเปิดโหมดการทำงานของเขาในขณะทานอาหารเช้า

ที่โต๊ะอาหาร เขาจะอ่านข่าว มองหาเหตุการณ์ที่น่าสนใจ ที่เกิดขึ้นในคืนที่ผ่านมา เขาจะมองหาเรื่องราวที่จะส่งผลกระทบต่อ ค่าเงิน ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ตลาดหุ้น ธุรกิจขนาดใหญ่ หรือภาพรวมเศรษฐกิจโลก

ตรงนี้ยังเป็นเพียงการเก็บข้อมูลคร่าวๆ เพราะชาร์ลส์ ยังต้องการทานมื้อเช้าแบบสบายๆ เขาจะจดหัวข้อสั้นไว้ก่อน เพื่อเอาไปลงรายละเอียดตอนเริ่มทำงานหลังจากนี้ ชาร์ลส์ รู้ว่าข่าวนั้น สามารถมีผลกระทบกับตลาดทั่วโลก ในตอนที่เขาวางแผนการเทรดในแต่ละวัน เขาต้องการพิจารณาให้แน่ใจว่า ความเสี่ยงของเหตุการณ์ มีโอกาสที่จะกระทบต่ออารมณ์ และจิตใจของนักลงทุนในตลาดมากน้อยแค่ไหน

การเป็นเทรดเดอร์อาชีพ มันมีความอิสระ ไม่ต้องมีหัวหน้า หรือเจ้านาย ให้รายงานสถานการณ์ในการทำงาน ชีวิตของเขาขึ้นอยู่กับการเทรดของเขาเอง ทุกเช้าเขาจะตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ ที่จะควรทำกำไรให้ได้ในแต่ละวันไว้  บางคนอาจจะสงสัยว่า เขารู้ได้อย่างไรว่า เป้ากำไรที่ตั้งไว้นั้น มันเป็นไปได้?  ที่จริงมันคงไม่มีวิธีทางวิทยาศาสตร์อะไรที่จะพิสูจน์ได้ แต่มันเกิดจากประสบการณ์ เขาจะประเมินจากสถานการณ์ และปัจจัยที่เคยเกิดขึ้น อย่างเช่น ผลงานในการเทรดที่ผ่านมา, สภาพของตลาดในปัจจุบัน, ความสามารถในการเทรดที่เขาทำได้ และรวมถึงเป้าหมายระยะยาวรายปี ที่จะแตกย่อยออกมาจนเป็นรายเดือน และย่อยลงไปเป็นเป้าหมายเล็กๆ ในแต่ละสัปดาห์

“เป้าหมายจะเป็นเพียงความฝัน ถ้าขาดขั้นตอนดำเนินการที่เหมาะสม”

ชาร์ลส์ เข้าใจเรื่องพวกนี้เป็นอย่างดี เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย เขาจะมีการวางแผนการเทรด ให้เป็นกฎอย่างชัดเจนก่อนที่เขาจะเริ่มเทรด และจับตาดูการเคลื่อนไหวของตลาด มองหาหน้าเทรด ที่เขาสามารถทำกำไรได้อย่างสูง

สำหรับชาร์ลส์ การเทรดคือชีวิตของเขา เป็นเกมที่เขาต้องมุ่งมั่นไปสู่จุดหมาย ต้องมีเส้นทาง และกลยุทธ์ที่ชัดเจนที่จะไปสู่ความสำเร็จ ทั้งนี้เขาจึงต้องระมัดระวังในการเทรด ให้มันได้ตามกฎของตนเอง ต้องตรวจสอบการเคลื่อนที่ของราคาว่าเป็นไปตามรูปแบบที่เป็นหน้าเทรดของเขาจริง ก่อนที่เขาจะเข้าซื้อ อุปนิสัยทั้งหมดของเขานี้ ช่วยให้เขาสามารถอยู่รอดได้ในเกมการเทรด และประสบความสำเร็จอย่างสูง อยู่ในตลาดได้อย่างยาวนาน

ชาร์ลส์ รู้ดีว่า ต่อให้เขามีกลยุทธ์ที่สวยหรู และแผนการเทรดที่ยอดเยี่ยมแค่ไหน ก็ไร้ประโยชน์ ถ้าเขาไม่ทำตามแผน ดังนั้นในช่วงเช้าหลังจากที่เขาล็อคอินเข้าหน้าจอเทรด ก่อนที่จะตั้งคำสั่งในการเทรดอะไร เขาจะทำกิจกรรมที่แปลกประหลาดอย่างนึง เขาจะลุกขึ้นยืน กำหมัดทั้งสองข้างขึ้นมาในท่ารวบรวมพลัง แล้วตะโกน กับตนเอง 3 รอบ

“ ฉันมีแผนเทรด  ฉันจะเทรดตามแผน ”

“ ถึงเวลาต้อง หวด  ฉันจะ หวด “

“ ฉันจะไม่คิดมาก ฉันจะไม่เพ้อฝัน ฉันจะไม่ลังเล”

 

ความบ้อบอแบบนี้ เขาทำมันมาตั้งแต่เริ่มเทรดเป็นอาชีพ ในสมัยที่ยังเป็นวัยรุ่นคึกคะนอง ซึ่งยังคงทำมาอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ ถึงมันจะดูเพี้ยน แต่มันสามารถมอบพลังให้กับเขาก่อนเริ่มเทรดได้ทุกครั้ง

เราอาจจะคิดว่ามันดูงี่เง่ามากใช่ไหมล่ะ?  ก็อาจจะใช่นะ แต่ถ้ามันใช้ได้ดี เขาก็ยินดีที่จะทำมันทุกวัน เพื่อให้อุปนิสัย “วางแผนเทรด และเทรดตามแผน” เทรดได้อย่างประสบความสำเร็จ ช่วยให้เขารักษาสภาพอารมณ์ให้อยู่นิ่งได้ในตอนที่เทรด และยังช่วยให้เขาตัดสินใจในการเทรดได้เป็นอย่างมีเหตุผล

เทรดเดอร์อาชีพ ที่ต้องเทรดเพื่อการอยู่รอด เพื่อที่จะสามารถเอาชนะเกมการเทรดนี้ให้ได้ตลอดไป ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร ต่อให้ท่อง หรือตะโกนอะไรที่มันดูงี่เง่าซ้ำๆ ทุกวัน ถ้ามันจะทำให้เขาเป็นเทรดเดอร์อาชีพ ที่ทำกำไรได้ตลอด ตรงนั้นเป็นเป้าหมายสุดท้ายที่สำคัญที่สุด

 

ถึงตลาดจะปิดแล้ว แต่การเทรดยังไม่จบ

เวลา 4 โมงเย็นแล้ว ตลาดหุ้นใกล้จะปิดแล้ว ชาร์ลส์เตรียมพร้อมที่จะสรุปผลการเทรดของเขาแล้ว วันทำงานของเทรดเดอร์อาชีพไม่ได้จบตรงที่ตลาดปิด หลังจากตลาดปิดเขาจะใช้เวลา 15 นาที ในการพักยืดเส้นยืดสาย ดื่มกาแฟสักแก้ว แล้วเริ่มทำสิ่งสำคัญที่สุด ในระหว่างที่เขายังจำการเทรดของเขาในวันนี้ได้เป็นอย่างดี

ชาร์ลส์ เป็นเทรดเดอร์ที่มีความมุ่งมั่น เขาต้องการที่จะพัฒนาการเทรดของเขาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นจุดเล็กน้อย หรือเป็นประเด็นใหญ่ ก็จะใส่ใจปรับปรุงให้มันดีขึ้น เขาจะบันทึกการเทรดลงในสมุดบันทึก จดรายละเอียดการซื้อขาย และผลการเทรดที่เกิดขึ้น รวมถึงข้อสังเกตุความคิดเห็นส่วนตัว ซึ่งจะทบทวนทุกอย่างที่ได้ทำไปในวันนี้ เทียบกับแผนการ กลยุทธ์ และเป้าหมาย ที่ได้วางเอาไว้ก่อนหน้า

การจดบันทึกเหตุการณ์ในการเทรด เป็นการแสดงผลงานในแต่ละวัน ในขณะที่ทำนั้น เขาจะถามตัวเองด้วยคำถามเหล่านี้

  • สภาพจิตใจในการเทรดวันนี้ ดีหรือไม่? เทรดอยู่ในกรอบของตัวเองไหม? แหกคอกรึเปล่า?
  • มีเรื่องส่วนตัว ส่งผลกระทบกับการเทรดไหม ?
  • มีความรู้สึกว่ามันสมบูรณ์แบบสุดยอด มั่นใจมากสุดๆ เลยไหม?
  • แผนการเทรดดีพอไหม ? หรือเทรดด้วยการคาดเดา หรือเอาหน้าเทรดอื่นที่ยังไม่ได้ทดสอบมาใช้ หรือเปล่า?
  • เทรดตามแผนของตัวเองไหม ? เทรดด้วยอารมณ์ชั่ววูบไหม ? ใช้อีโก้มาก่อนเหตุผลไหม?
  • โดยภาพรวม พอใจผลการเทรดของตัวเองในวันนี้ หรือไม่ ?

การตอบคำถามเหล่านี้ ทำให้ได้เรียนรู้ว่าอะไรที่ทำให้เขาผิดพลาด และจะไม่ทำให้มันเกิดขึ้นอีก ที่สำคัญไม่ใช่แค่ค้นพบข้อผิดพลาด มันช่วยยังได้ยืนยันบางเรื่องที่ตัดสินใจที่ถูกต้องอีกด้วย ทำให้ได้เรียนรู้ และนำมันไปใช้ได้อีก เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันในคราวต่อไป

หากไม่มีอะไรพิเศษเกิดขึ้นในวันนั้น ก็จะใช้เวลาทบทวนจบภายใน 30 นาที แต่ถ้ามีอะไรที่สำคัญเกิดขึ้น ชาร์ลส์จะใช้เวลาในการทำงานส่วนนี้ยาวไป จนบางทีเลยเวลาทานอาหารเย็นไปเลยก็มี สำหรับเขาทุกประสบการณ์ล้วนเป็นบทเรียนที่สำคัญ เขาจะไม่ทำการทบทวนแบบขอไปที จนพลาดบางเรื่องที่สำคัญไป หลังจากที่เขาพอใจกับสิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากการเทรดในวันนี้แล้ว เขาถึงจะรู้สึกว่า ได้ทำงานเสร็จแล้ว

อุปนิสัยต่างๆ ที่เทรดเดอร์อาชีพควรมีนั้น การโค้ชตนเอง และความรับผิดชอบในตัวเองเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ชาร์ลส์ ยกระดับความสำเร็จของตนเองขึ้นมาได้จนถึงทุกวันนี้

 

เราได้เรียนรู้อะไรจากชีวิตของชาร์ลส์ ?

เราได้เห็นกิจวัตรของชาร์ลส์ไปแล้ว จะมีอยู่ 1 อย่างที่น่าสนใจ และปรากฏให้เห็น ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ตลอดเวลา คือ “อุปนิสัย”

อุปนิสัย คือ “พฤติกรรมที่เกิดขึ้นบ่อยๆ บางสิ่งบางอย่างที่คนเราทำบ่อยเป็นปกติ และทำซ้ำๆ อยู่เสมอ”  พลังของอุปนิสัย ทำให้เราแปรงฟันทุกเช้า, ทำให้เรารู้สึกหิวในช่วงเวลาเดิมๆ ทุกวัน, ทำให้เราอยากเข้านอนตอนใกล้เที่ยงคืน

ดูมันเป็นเรื่องเล็กน้อยเกินไปรึเปล่า งั้นถ้าเป็นอุปนิสัย การออกกำลังกาย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ทำให้เรามีรูปร่างดีล่ะ? หรืออะไรบางอย่างทำให้มนุษย์เงินเดือนไปทำงานตรงเวลา เพื่อไม่ให้หัวหน้าตำหนิ และทำงานแค่ 5 โมงเย็น เพื่อจะได้ไปสนุกสนานเฮฮากันหลังเวลางาน หรืออุปนิสัยของเจ้าของร้านที่จะต้องตรวจสอบบัญชี และดูว่ามีอะไรผิดปกติทุกเย็นก่อนปิดร้าน

อุปนิสัย ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องที่ดีเสมอไป บางอย่างก็ไม่ดี การกินมากเกินไป เป็นหนึ่งในสาเหตุทำให้เราอ้วน  พวกคนที่เดินใจลอย (ก้มหน้าดูแต่ Facebook หรือ Twitter ในมือถือ) ก็อาจจะบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนถนนได้ ผู้ที่มีอุปนิสัยไม่ดีเหล่านี้ ก็จะพบความล้มเหลวในชีวิต มากกว่าประสบความสำเร็จ

ตัวเราเองที่เป็นคนสร้างอุปนิสัย และอุปนิสัยของเราก็ทำให้เราเป็นอย่างที่เราเป็น เราได้เห็นแล้วว่า ชาร์ลส์มีอุปนิสัยที่ดีช่วยเขาในการเทรดอย่างไร แต่สิ่งที่ได้เห็นนั้น เป็นเพียงแค่สิ่งที่เขาได้ทำใน 1 วันเท่านั้น ยังมีอุปนิสัยอย่างอื่นอีกมากมายที่เรายังไม่ได้เห็นที่เขาได้สร้างขึ้นมาตลอด 15 ปี ทำให้เขาสามารถรับมือกับอาชีพการเทรดของเขา รักษาสภาพจิตใจที่มั่นคง สุขภาพที่แข็งแรง พร้อมที่จะสร้างผลงานทำกำไรอย่างสุดยอดได้โดยตลอด

ชาร์ลส์ไม่ใช่คนเดียวที่สร้างจิตสำนึกที่ดี และรักษาอุปนิสัยที่ดีไว้ได้อย่างมีสติ หลายปีแล้ว ที่ผมได้พบเห็นคนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในวงการนี้ ยังมีเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จอีกมากมายที่เป็นอย่างนั้น มีหลายคนที่สร้าง และรักษาอุปนิสัยที่ดีไว้ได้ และหลีกเลี่ยงจากอุปนิสัยแย่ๆ ที่มีความคิดด้านลบ มันทำให้พวกเขาเหล่านั้น พบกับความสำเร็จ สามารถยึดเทรดเดอร์ เป็นอาชีพได้อย่างยั่งยืน

 

คำถามสำคัญ ที่ต้องถามในฐานะเทรดเดอร์ :

อะไร คือ อุปนิสัยที่เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมี?

เราได้เรียนรู้อะไรจากอุปนิสัยเหล่านี้ และควรจะใช้มันอย่างไร ให้ได้ความสำเร็จอย่างที่เราต้องการ?

ชีวิตเทรดเดอร์อาชีพ อาจจะดูสวยหรูในมุมมองของคนภายนอก หาเงินง่าย ทำงานที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องใช้เวลาทำงานมาก ก็ทำเงินได้เยอะ แต่ใครจะรู้ว่าความสวยงามเหล่านั้น คนที่เป็นเทรดเดอร์ ต้องแลกมากด้วยอะไร ตอนที่เทรดพลาด จิตตก หวาดกลัว ความผิดพลาดของตนเองตามมาหลอนจนไม่กล้าแม้แต่จะส่งคำสั่งซื้อขาย ความกังวลว่าถ้าขาดทุนมากแล้วจะเอาอะไรกิน ถูกมองจากบางคนว่าเป็นคนที่ไม่มีอาชีพการงานที่มั่นคง

เราไม่ควรตัดสินใจ อาชีพการงานอะไร จากภาพที่เราคิดเห็น แต่ควรมองไปที่หนทางสู่ความสำเร็จในการประกอบอาชีพการงานนั้น

ใครสนใจเป็นเทรดเดอร์อาชีพ หรือเป็นอยู่แล้ว ลองมาแลกเปลี่ยนความเห็น ประสบการณ์กันนะครับ

 

หมายเหตุ แปลถอดบทความบางส่วน และนำมาเรียบเรียง จาก หนังสือ Trading Pendulum

ให้กำลังใจผู้เขียนกันหน่อย :
Avatar

วิทยากรด้านการลงทุน และนักลงทุนสายเทคนิคอลในตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ ที่มีประสบการณ์กว่า 15 ปี