พาเที่ยว หอเอนปิซ่า กับความเป็นมาที่น่าสนใจ

2863

หอเอนปิซ่า หรือ Leaning Tower of Pisa

หอเอนปิซ่า หรือ Leaning Tower of Pisa สถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงและเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของประเทศอิตาลี ถูกจัดเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง และประกาศเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2530 ตั้งอยู่ที่เมืองปิซา เป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมของจัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม (Piazza Del Duomo)

หอเอนปิซ่าเป็นหอระฆังของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เป็นหอทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว มีความสูงถึง 183.3 ฟุต หรือ 55.86 เมตร มีน้ำหนักรวม 14,500 ตัน ด้านในมีบันได 293 ขั้น และมีความเอียง 3.97 องศา ยอดของหอห่างจากแนวตั้งฉาก 3.9 เมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปชมวิวเมืองปิซ่าแบบพาโนรามาได้ที่หอคอยด้านบน แต่ต้องฝากสัมภาระเอาไว้ที่จุดรับฝากด้านล่าง จะได้ไม่เป็นการเพิ่มน้ำหนักมากจนเกินไป อีกอย่างขั้นบันไดก็คับแคบ เดินไปแต่ตัวน่าจะชิลกว่าเยอะเลย

credit : http://www.rometransfer.eu/es/tours/firenze-pisa/

กว่าจะมาเป็น ‘หอเอนปิซ่า’

หอเอนปิซ่านั้นเดิมทีได้มีการวางแผนแบ่งเวลาสร้างออกเป็น 3 ช่วง การก่อสร้างเริ่มขึ้นในวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 1716 ซึ่งนับเป็นช่วงแรกของแผนการก่อสร้าง (และไม่ปรากฏชัดเจนว่าใครเป็นผู้ออกแบบ) แต่เมื่อดำเนินการก่อสร้างไปได้ 3 ชั้น ก็มีอันต้องยุติลงเนื่องจากเมืองปิซ่าเข้าสู่ภาวะสงคราม (ในช่วงปี พ.ศ. 1721) และในระหว่างการก่อสร้างช่วง 5 ปีแรกนั้นก็พบว่าหอคอยแห่งนี้ได้เอนลงไปฝั่งทิศเหนือเรียบร้อยแล้ว

ต่อมาในปี พ.ศ. 1818 ได้มีการกลับมาก่อสร้างเพิ่มอีก 4 ชั้น โดยสถาปนิกชื่อ ‘จิโอวานนี ดิ ซิโมเน’ (Giovanni di Simone) แต่ก็ต้องยุติการก่อสร้างลงอีกเช่นกันด้วยเหตุของสงคราม (ในปี พ.ศ. 1827)

การก่อสร้างครั้งสุดท้าย.. หอเอนปิซ่าได้กลับมาดำเนินต่อจนเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 1915 (กินระยะเวลาไปอีกเกือบ 100 ปี) โดยชั้นสุดท้ายที่เป็นส่วนระฆังนี้ สร้างต่อโดย ‘ทอมมาโซ ดิ แอนเดรีย ปิซาโน’ (Tommaso di Andrea Pisano) รวม ๆ เวลาแล้วหอเอนปิซ่านั้นได้ใช้เวลาในการก่อสร้างนานร่วม 200 ปีเลยทีเดียว

credit : http://home.bt.com
credit : https://www.discovertuscany.com/pisa/

ทำไมหอคอยถึงเอียง ?

การก่อสร้างในช่วง 5 ปีแรก ที่เป็นช่วงที่มีการค้นพบว่าตัวหอได้เอนเอียงมาทางฝั่งทิศเหนือนั้น เคยมีข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้ทำการศึกษาให้เหตุผลที่หอเอียงว่า เป็นเพราะพื้นดินที่ใช้ในการก่อสร้างหอคอยแห่งนี้ไม่เอื้ออำนวย เนื่องจากชั้นดินมีลักษณะเป็นดินปนทรายและดินโคลน ทำให้ไม่แข็งแรงพอที่จะรองรับน้ำหนักของหอคอยขนาดใหญ่ได้ แต่ด้วยวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างหอคอย นั้นทำมาจากหินปูนและปูนขาว ซึ่งเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติโค้งงอและทนต่อแรงต่าง ๆ ได้ดีกว่าหินหรืออิฐ จึงทำให้หอคอยแห่งนี้ไม่พังถล่มลงมา แต่กลับค่อย ๆ โน้มเอนลงเรื่อย ๆ แทน

เมื่อคำนวณการเอียงตัวของหอในแต่ละปีก็ได้ข้อสรุปว่าในทุก ๆ 20 ปี หอเอนปิซ่านี้จะเอนตัวลง 1 นิ้ว ซึ่งทางรัฐบาลอิตาลีเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงได้มีทำการระดมความคิดจากนักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ และวิศวกรที่มีความสามารถ ให้ช่วยกันหาทางแก้ไข ไม่ปล่อยให้หอเอนปิซ่าถล่มลงมาในที่สุด ท้ายที่สุดจึงได้มีการนำเหล็กที่มีน้ำหนัก 900 ตัน มาค้ำหอเอนปิซ่าเอาไว้


 

หอเอนปิซ่ายังถูกใช้เป็นสถานที่ทำการทดลองเรื่องแรงโน้มถ่วงของนักฟิสิกส์ชื่อดังระดับโลกอย่าง ‘กาลิเลโอ กาลิเลอิ’ อีกด้วย โดยกาลิเลโอได้ใช้ลูกบอล 2 ลูกที่หนักไม่เท่ากัน ทิ้งลงมาจากหอคอย เพื่อเฝ้าดูว่าลูกบอลจะตกลงสู้พื้นดินในเวลาที่เท่ากันหรือไม่ ?

credit : https://ourplnt.com/a-bowling-ball-and-feather-falling-in-a-vacuum-video/galileo-pisa-experiment-luigi-catani/

 

นอกจากหอเอนปิซ่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้จำนวนมากในแต่ละวันแล้ว บริเวณรอบ ๆ หอคอยยังมีไฮไลท์เด็ด ๆ ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด ไปแวะชมความสวยงาม อาทิ พิพิธภัณฑ์ Museo delle Sinopie, หอศีลจุ่ม Battistero, มหาวิหารแห่งปิซา (Pisa Cathedral), แม่น้ำอาร์โน (Arno River) และ หอคอย The Guelph ที่กล่าวมานี้บอกเลยว่าสวยงามสะกดใจทุกที่เลยล่ะค่ะ หรือถ้าอยากได้บรรยากาศแบบปิคนิค ก็อาจจะเลือกเมนูอาหารอร่อย ๆ ไปนั่งรับประทานพร้อมเสพบรรยากาศกันที่สวนสาธารณะใกล้ ๆ จัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ

Image result for Pisa Cathedral
credit : https://travel.sygic.com/en/poi/pisa-cathedral-poi:6444

credit : http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=1582738

 

ขอบคุณข้อมูลจาก www.towerofpisa.org

ให้กำลังใจผู้เขียนกันหน่อย :
Junior Content Writer (Eye)

ไม่ว่าจะข่าว In หรือ ข่าวOut ข่าวเล็กๆหรือข่าวใหญ่ ฉันก็พร้อมเสมอกับการอัพเดทและติดตาม เพราะแรงบันดาลใจของฉันมันมีอยู่ทุกที่