ถอดบทเรียน ‘น้องแพรพาเพลิน’ เด็กไทยที่ไปไกลถึง London Fashion Week

3400

 

ที่มา : Fanpage Pardesi Photo

เชื่อว่าหลายท่านคงเคยได้รับชมคลิปหนึ่งทาง youtube.com ที่มีการแชร์และวิจารณ์กันสนั่นในโลกโซเชียล เมื่อมีเด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่ง ทำคลิปวีดีโอสอนแต่งหน้า ทาตาสีฟ้า กรีดอายไลเนอร์สองข้างไม่เท่ากัน ลักษณะการพูดจา บางทีก็คล้าย ๆ โมเม นภัสสร (โมเมพาเพลิน) บ้างมุมก็คล้าย ๆ แพร์รี่พาย คนที่ได้ดูคลิปนั้น บ้างก็ชมว่าน้องน่ารัก บ้างก็ด่าอย่างหยาบคายว่าน้องแก่แดดเกินวัย ถ้ายังนึกภาพไม่ออก นุ่นได้แนบคลิปวีดีโอมาให้แล้วค่ะ

ใครเลยจะรู้ว่า…จากเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่โดนวิจารณ์อย่างหนัก เธอได้เติบโตมาเป็นสาวน้อยวัย 11 ปีที่หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก ทั้งยังพัฒนาฝีมือการแต่งหน้าไม่หยุดหย่อน ไม่ท้อต่อความฝัน ไม่หวั่นแม้มีเสียงก่นด่ามาบั่นทอนจิตใจ เธอเชื่อมั่นสานฝันในการเป็น Beauty Blogger เรื่อยมา จนวันนี้ที่ได้ไปยืนบนรันเวย์ London Fashion Week ในฐานะ Makeup Artist ที่อายุน้อยที่สุด ให้ฝรั่งอังกฤษได้ปรบมือชื่นชมว่า เด็กไทยก็เก่งไม่แพ้ชาติใดในโลกเช่นกัน !

และนี่คือ 4 บทเรียนที่แฝงข้อคิดจากเรื่องราวของช่างแต่งหน้าตัวน้อยคนนี้ค่ะ

  1. หา ‘หัวใจ’ ให้เจอก็เป็นสุข
ที่มา : Fanpage น้องแพรพาเพลิน

ไม่ใช่การตามหาแฟนนะคะ แต่ให้ถาม ‘หัวใจ’ ของเรานี่แหละค่ะ ว่าเราชอบอะไร อะไรที่เราทำได้ดีและมีความสุขกับมัน แม้วันนี้สิ่งที่ชอบอาจไม่ได้สิ่งที่สร้างรายได้ แต่ถ้าเราพัฒนาไปเรื่อย ๆ วันหนึ่งมันอาจกลายเป็นทักษะที่ ‘สร้างเงิน’ ให้กับเราก็ได้ค่ะ เหมือนอย่างที่น้องแพรรู้ตัวเองว่าเธอหลงใหล และอยากเรียนรู้ในการแต่งหน้ามาก คิดดูว่าสมัย 10 ปีก่อน อาชีพ Beauty Blogger, Youtuber เราเคยได้ยินกันที่ไหน แต่ยิ่งโลกหมุนไปข้างหน้า เรายิ่งได้ยินอาชีพแปลก ๆ ใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกวัน

ดังนั้น แม้วันนี้คุณจะทำงานหนักมากเพื่อเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว แต่อย่าให้หนักถึงขั้นที่ว่า “ทำงานมาสิบปี ก็ยังไม่รู้สักทีว่าชอบไหม” แบบนี้น่ากลัวมากนะคะ รู้หมดทุกเรื่องในโลกแต่ไม่รู้หัวใจตัวเองเลย ลองหาเวลาว่าง ๆ วางโทรศัพท์ซะ แล้วคุยกับตัวเองบ้าง ลองทำกิจกรรมที่ชอบ ลงคอร์สเรียนใหม่ ๆ หรืองานอดิเรกใหม่ ๆ ดูบ้าง คุณอาจค้นพบอะไรบางอย่างที่ทำให้หัวใจเต้นแรงอีกครั้งก็เป็นได้นะคะ

  1. ภาษาอังกฤษ’ เป็นเรื่องสำคัญ
ที่มา : Fanpage น้องแพรพาเพลิน

เท่าที่เคยติดตามน้องแพร น้องเรียนหลักสูตร EP (English Program) จึงสื่อสารภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดี และนั่นทำให้เธอสามารถไปเรียนกับ Makeup Artist ชาวต่างชาติเพื่อเรียนรู้เทคนิคการแต่งหน้าใหม่ ถ้าจะนิยามว่า ภาษาอังกฤษเป็นตัวเปิดประตูสำหรับโอกาสต่าง ๆ ชีวิต ก็คงจะไม่ผิดนักค่ะ

สำหรับคนวัยทำงาน การฝึกทักษะภาษาอังกฤษอยู่เสมอก็เป็นเรื่องที่จำเป็นค่ะ เพราะหลาย ๆ บริษัทใช้คะแนน TOEIC ในการพิจารณาปรับตำแหน่ง / เลื่อนขั้นเงินเดือน ดังนั้น ฝึกไปเถอะค่ะ ให้มันซึมเข้าไปในชีวิตประจำวัน เลือกซึมซับภาษาอังกฤษจากสิ่งที่เราชอบ เช่น ดูคลิปสอนแต่งหน้าเป็นภาษาอังกฤษ ฟังเพลงภาษาอังกฤษ ระหว่างทางท่องเที่ยวก็ทักทายชวนคุยกับชาวต่างชาติ ฯลฯ ฝึกวันละนิดแต่ฝึกทุกวัน ไม่เก่งก็ให้รู้กันไปค่ะ

  1. คนด่า’ หรือ ‘คำดูถูก’ เป็นเรื่องธรรมดา
ที่มา : Fanpage น้องแพรพาเพลิน

ถ้าคุณเคยเข้าไปอ่าน Comment ต่าง ๆ ที่น้องแพรถูกวิจารณ์ในทางลบ คงต้องยกนิ้วแล้วชมเลยค่ะ ว่าเด็กหญิงวัย 11 ขวบรับมือกับคำด่าแรง ๆ แบบนี้ได้อย่างไร ถ้ามาด่าเรานะ คงได้วางมวยจัดกันซักยกแน่นอน (ฮ่า ๆ) บางคนด่ารุนแรงถึงขั้นว่าน้องจะเป็นเด็กใจแตก แต่วันนี้น้องก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ใจน่ะไม่แตก แต่ไปดังเป็นพลุแตกไกลถึงอังกฤษเลยล่ะค่ะ

ตัวเราที่เป็นผู้ใหญ่แล้วก็เช่นกัน…เราหลีกหนีคำด่า คำวิจารณ์ การนินทา และการพูดถึงในแง่ลบไม่พ้นหรอกค่ะ คิดง่าย ๆ ว่าใครก็โดน ต่อให้ Perfect แค่ไหนก็โดน ตอนโดนมันก็เจ็บแหละค่ะ ใครจะมายิ้มรับคำด่ากันสวย ๆ ก็เราไม่ใช่นางฟ้านี่เนอะ แต่สิ่งสำคัญคือ เราอย่าเก็บคำด่ามาเป็นมีดแทงหัวใจตัวเองซ้ำ ๆ

สิ่งที่ดีที่สุด คือ การวางคำด่านั้นไว้ สิ่งใดที่พิจารณาแล้วว่าเราควรปรับปรุงจริง ๆ ก็ลงมือทำ แล้วไต่ให้สูงยิ่ง ๆ ขึ้นไป เหมือนที่พี่ปอย ตรีชฎา เคยพูดไว้ค่ะว่า “อย่ามองอุปสรรคเป็นกำแพง แต่ให้มองมันเป็นบันไดให้เราก้าวสูงขึ้น ไปอยู่ในจุดที่ดีขึ้นกว่าเดิม”

4. ขยัน ฝึกฝน พัฒนา

ที่มา : Fanpage น้องแพรพาเพลิน

แม้น้องแพรจะรู้ใจตัวเองว่าชอบการแต่งหน้ามาก แต่ถ้าน้องไม่ขยันฝึกฝน ไม่อดทน ไม่ลงคอร์สเรียนเพื่อพัฒนาตัวเองอย่างจริงจัง ก็คงจะไม่มีน้องแพรที่ไปไกลถึงขนาดนี้ค่ะ เราทุกคนก็เหมือนกัน ทุกทักษะในชีวิตที่เราใช้สร้างรายได้ ล้วนต้องพัฒนามันอยู่ตลอด ดังที่ ดร. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เคยกล่าวไว้ค่ะว่า เราควรลับขวานให้คมอยู่เสมอเพื่อให้พร้อมรับโอกาสต่าง ๆ ในชีวิต

ก่อนจบบทความนี้ นุ่นขอฝากไว้นิดหนึ่งนะคะว่า เวลาเราอ่านเรื่องราวของบุคคลที่ประสบความสำเร็จ เราอย่าสัมผัสแค่หน้าฉากความสวยงามของความสำเร็จนั้น แต่ให้มองลึกไปถึงเบื้องหลังว่า กว่าเขาจะมีวันนี้ เขาผ่านอะไรมาบ้าง เขาต่อสู้กับความล้มเหลว และอุปสรรคมาแค่ไหน เขาอดทนและพัฒนาตัวเองมาตั้งเท่าไหร่ เพื่อเราจะได้มีพลัง มีแรงบันดาลใจในการต่อสู้กับชีวิตและความฝันของเราต่อไปค่ะ

เป็นกำลังใจให้คนล่าฝันทุกคนนะคะ 🙂

ให้กำลังใจผู้เขียนกันหน่อย :
Avatar

สวัสดีค่ะ นุ่นนิ่นนะคะ 😀

จำได้ว่า…อยากเป็นนักเขียนต้ังแต่อ่านหนังสือออก

ถ้าจดอะไรได้ นึกอะไรออก แล้วมันน่าจะเป็นประโยชน์

ก็อยากถ่ายทอดให้คนอ่านด้วยเช่นกัน

รับนักเขียนชื่อนุ่นไว้ในอ้อมอกอุ่น ๆ ของคุณด้วยนะคะ คิคิ ^_^