2 ซีรี่ย์สุดฮิตที่จะทำให้คุณเก่งภาษาอังกฤษโดยไม่รู้ตัว

18998

ปกติเวลาที่ผมไปบรรยายหรือไปสอนภาษาอังกฤษให้กับหน่วยงาน บริษัท หรือองค์กรต่าง ๆ มักจะมีผู้เข้าอบรม
บางท่านแอบมากระซิบถามผมหลังการบรรยายว่า

“อาจารย์ ๆ มีเทคนิคอะไรไหมที่จะให้เก่งภาษาอังกฤษทั้ง ฟัง พูด อ่านเขียนแบบไม่ต้องเรียนมาก ไม่ต้องพยายามมาก ไม่เสียเวลามาก”

ผมมักจะยิ้มแล้วถามกลับไปเสมอว่า “อยากรู้จริง ๆ ไหมครับ”

“อยากสิอาจารย์”

ถ้าจะเอาแบบครบทุกอย่างแบบรวดเร็ว ไม่เสียเวลา และเก่งแบบชาวต่างชาติเลย ก็ต้อง

1. หาสามีหรือหาภรรยาเป็นชาวต่างชาติ
2. ซื้อตั๋วเที่ยวเดียวไปอเมริกาแล้วทำงานหาเงินเพื่อซื้อตั๋วกลับ

หนึ่งในวิธีที่จะทำให้เราเก่งอังกฤษได้อย่างรวดเร็วคือหาคู่ชีวิตเป็นชาวต่างชาติเลยครับ (ขอบคุณภาพจาก unsplash.com)

ซึ่งส่วนใหญ่พอตอบสองข้อนี้ไป คนที่รอคำตอบก็จะมีความผิดหวังปรากฏขึ้นเด่นบนใบหน้าเลยครับ ผมก็เลยมักจะมีอีกข้อหนึ่งแถมให้เขาอยู่เสมอ โดยผมมักจะถามว่า

“แต่จริง ๆ แล้วผมมีอีกวิธีหนึ่งที่ง่ายกว่าสองข้อนั้นมากเลยนะครับ อยากรู้ไหม”

“อยากสิ อาจารย์”

“ง่าย ๆ เลยครับ เพียงแค่ดูซีรี่ย์หรือภาพยนตร์ที่เป็นภาษาอังกฤษก็พอ”

ใช่แล้วครับ การดูซีรีส์หรือภาพยนตร์ภาษาอังกฤษนี้แหละครับ ที่จะทำให้เราเก่งภาษาอังกฤษอย่างรวดเร็วชนิด
ก้าวกระโดดเลยทีเดียว นั่นก็เพราะว่า การดูซีรี่ส์นั้นจะทำให้เราได้ทั้ง การฟัง การพูด และการอ่านภาษาที่มาจาก
ชาวต่างชาติแท้ ๆ เลยครับ แถมยังไม่น่าเบื่ออีกด้วย เพราะหนังที่เราดูนั้นก็มีความสนุกอยู่ในตัวด้วย

แน่นอนล่ะครับ พอถึงจุดนี้ บางคนก็มักจะบอกว่า ก็ดูซีรี่ส์ออกบ่อยนะ แต่ทำไมภาษาอังกฤษถึงไม่พัฒนาเลย

จริง ๆ แล้วการพัฒนาภาษาแบบก้าวกระโดดด้วยการดูซีรีส์นั้นก็ต้องมีขั้นตอนบางประการเหมือนกันครับ ซึ่งขั้นตอนที่ว่านั้นมีดังนี้

การดูหนังหรือซีรีย์เป็นภาษาอังกฤษ ถ้าหากทำอย่างถูกวิธีจะช่วยพัฒนาภาษาอังกฤษของเราได้อย่างก้าวกระโดด (ภาพจาก unsplash.com)

 

1. เลือกซีรีส์ที่เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับยุคปัจจุบัน
ขั้นแรกเลยคือเราต้องเลือกเรื่องที่มีการใช้ภาษาที่เหมือนกับยุคของเราก่อนครับ ถ้าเราไปดูซีรี่ยส์หรือภาพยนตร์แนวสงครามย้อนยุค หรือแฟนตาซีจ๋า ภาษาที่เราได้เรียนรู้ ก็จะเป็นภาษาแบบย้อนยุคและโบราณซึ่งก็ไม่เหมาะกับยุคนี้ครับ และไม่น่าจะนำเอามาใช้ได้ในยุคนี้ (ดูเอาสนุกได้ แต่ผมไม่แนะนำให้ยึดเป็น tool ในการฝึกภาษา)

2. ดูเสียง Soundtrack และซับภาษาอังกฤษ
ภาษาทุกภาษาจะมีจังหวะหรือว่าท่วงทำนอง (melody) ของตัวเองอยู่ครับ การที่เราดูหนังที่เป็นเสียง Soundtrack จะทำให้เราค่อย ๆ เรียนรู้และคุ้นชินกับ melody ของภาษานั้น ๆ ครับ เมื่อเราคุ้นชินกับ melody ของภาษาแล้ว เวลาเราพูด ร่างกายเราก็จะพูดโดยใช้ melody เดียวกันกับเจ้าของภาษา ซึ่งก็จะทำให้ดูสำเนียงของเราใกล้เคียงและดูมีความเป็น native speaker มากขึ้น ส่วนการอ่านบทบรรยายเป็นภาษาอังกฤษก็จะทำให้เราได้คำศัพท์ และได้เรียนรู้รูปแบบโครงสร้างไวยากรณ์ไปในตัว

3. ดูตอนเดิมบ่อย ๆ และฝึกพูดตามตัวละครในหนัง
หากเราต้องการฝึกภาษาด้วยการดูหนัง มีอีกอย่างที่ต้องทำใจไว้นิดหน่อยครับ นั่นก็คือ เราจะต้องดูตอนเดิมซ้ำ ๆหลายรอบครับ บางทีอาจจะเป็นสิบรอบเลยก็มี สาเหตุก็เพราะว่า การดูตอนใหม่ไปเรื่อย ๆ จะทำให้เราจำสิ่งที่เราเรียนรู้ไปไม่ได้ครับ บางทีกำลังจะจำคำศัพท์คำใหม่ได้อยู่แล้ว ดันข้ามไปดูตอนใหม่เลย ก็เลยลืมความหมายกันพอดีครับ ส่วนการฝึกพูดตามตัวละคร ก็จะทำให้เราได้ฝึกการพูดและการเลียนเสียงเพื่อให้เรามีสำเนียงที่คล้ายกับชาวต่างชาติมากที่สุดครับ และด้วยเหตุที่ซีรี่ส์สามารถทำให้เราเก่งภาษาได้เช่นนี้

ในบทความนี้ผมก็จะขอแนะนำ 2 ซีรี่ส์เด็ดที่จะทำให้เราทั้งสนุกและเก่งภาษาไปในคราวเดียวกันครับ ซึ่งสาเหตุที่ผมเลือกทั้งสองเรื่องนี้จากหลาย ๆ เรื่องมานั้นก็เพราะว่า ทั้งสองเรื่องนี้เป็นซีรี่ย์ที่ดูง่ายและดูเพลินครับ โดยทั้งคู่เป็นแนว Sitcom ที่มีความตลกเฮฮาและอบอุ่นไปในตัว ทำให้เราสามารถที่จะสนุกและเพลิดเพลินไปกับตัวหนังได้ไม่ว่าจะดูครั้งแรกหรือเป็นการดูซ้ำก็ตาม มันจะไม่เหมือนกับการดูหนังแอ็็คชั่นหรือสยองขวัญที่บางครั้งเนื้อเรื่องมันเข้มข้นจริงจังมาก บางทีกว่าจจะจบหนังเล่นเอาความดันขึ้นจนต้องแทบจะเอายาดมมาดมกันเลยก็มี อย่าว่าแต่ดูซ้ำเพื่อฝึกภาษาเลยครับ แค่ดูรอบเดียวยังลุ้นตัวโก่ง! ซึ่งผมรับรองเลยว่าสองเรื่องที่ผมจะแนะนำทุกท่านให้ลองดูกันนั้นไม่เป็นแบบนี้แน่นอนครับ

แหม่ เขียนมาซะขนาดนี้ ผมว่าเราไปดูกันเลยดีกว่าครับว่า ทั้งสองเรื่องที่ผมว่านั้นมีอะไรบ้าง

1. F.R.I.E.N.D.S

(ภาพจาก thewrap.com)

เรื่องแรกของเรานี้จะออกเก่า ๆ หน่อยนะครับ น่าจะราวๆ 15-20 ปีได้ (เรื่องนี้ถึงแม้ว่าจะเก่าหน่อย แต่ภาษาที่ใช้และเนื้อเรื่องก็ยังคงอยู่ในยุคของเราอยู่ดีครับ เอาจริง ๆ มีหลายคนที่ผมรู้จักเก่งภาษาอังกฤษก็เพราะเรื่องนี้เลยนะครับ เอ้า พูดจริงนะครับเนีี่ย!)  แม้ว่าเรื่องนี้จะเก่าถึง 15-20 ปีแล้ว แต่ถ้าเราลองถามคนที่เคยดูมาก่อน เขาจะบอกกันเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘สนุกมาก ๆ ๆ’ โดยเสน่ห์ของเรื่องนี้อยู่ที่ความธรรมดา ๆ ของเนื้อเรื่องครับ ธรรมดายังไง? คือตัวเนื้อเรื่องเนี่ย ไม่ได้มีอะไรพิสดารเลยครับ ไม่ได้มีเอเลี่ยนบุกโลก ไม่ได้มีพ่อมดหรือจอมมารผู้ชั่วร้าย ไม่มีอะไรพวกนั้นเลยครับ แต่เรื่องนี้ว่าด้วยเรื่องของตัวละครหลัก 6 ตัวที่เป็นคนธรรมดา ๆ เป็นพนักงานธรรมดา ๆ ที่ต้องอาศัยอยู่ในนิวยอร์ก และต้องอาศัยกันและกันในการฝ่าฟันปัญหาทั่ว ๆ ไปที่ต้องเจอในแต่ละวันไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การตกงาน การอกหัก การมีแฟนใหม่ และอีกสารพันปัญหาธรรมดา ๆ ที่เราทุกคนต้องเจอ แต่ก็ด้วยความธรรมดาและธรรมชาติของเรื่องเหล่านี้แหละครับ ที่ทำให้เราอินกับตัวละครและเอาใจช่วยพวกเขาไปโดยไม่รู้ตัว ที่สำคัญที่สุดเนื่องด้วยเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของคนทั่ว ๆ ไป ภาษาที่ใช้ก็เป็นภาษาสำหรับการใช้ในชีวิตประจำวันเช่นกันครับ

2. How I Met Your Mother

(ภาพจาก amazon.com)

เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ผมค่อนข้างแนะนำครับ เพราะใช้ภาษา สำนวน และ คำศัพท์ที่เราสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยเป็นเรื่องเกี่ยวกับ ชายคนหนึ่งที่กำลังเล่าว่าเขาเจอภรรยาของเขาได้อย่างไรให้กับลูก ๆ ของเขาฟัง
(ก็คือเล่าว่าเจอแม่อย่างไรนั่นแหละครับ) ซึ่งแน่นอนว่า กว่าที่คนเราจะเจอกัน จะชอบกัน จะรักกัน จะแต่งงานกัน มันต้องมีเรื่องราวต่าง ๆ ที่ทั้งเศร้า ทั้งฮาระหว่างทางแน่นอน แต่จะเศร้าหรือจะฮาขนาดไหน อันนี้ต้องลองไปดูด้วยตัวเองแล้วล่ะครับ

ทั้งสองเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมแนะนำมากเพราะว่า เนื้อเรื่องสนุกมาก ดูกี่ที ๆ ก็ไม่เบื่อ และที่สำคัญที่คือ เหตุการณ์ทั้งสองเรื่องนี้เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน ดังนั้นภาษา คำศัพท์ และโครงสร้างไวยการณ์ที่อยู่ในซีรี่ย์ทั้งสองเรื่องนี้ เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตจริงเลยครับ

เพราะฉะนั้น ถ้าหากตอนนี้คุณเป็นอีกคนหนึ่งที่รู้สึกว่าภาษาอังกฤษเป็นเรื่องยากเหลือเกิน เรียนแล้วเรียนอีกก็เหมือนจะไม่เข้าใจสักที ลองเปลี่ยนจากเรียนในห้องเรียน มาเป็นเรียนผ่านการดูซีรี่ยส์ดูสิครับ ผมรับรองว่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทุก ๆ คนจะต้องชื่นชอบอย่างแน่นอนครับ

ให้กำลังใจผู้เขียนกันหน่อย :