Magnum Photos เอเจนซี่ที่ปฏิวัติวงการช่างภาพระดับโลก และคงยืนหยัดอยู่ได้จนถึงยุคนี้

331

ยุคนี้…ดูเหมือนการถ่ายภาพจะเป็นเรื่องง่าย เพราะแค่มีมือถือที่มีฟังก์ชันการถ่ายรูปล้ำๆ ก็ดูเหมือนทุกคนจะเรียกตัวเองว่าเป็นช่างภาพกันไปเสียหมดแล้ว

แต่ช้าก่อน…การถ่ายรูปมีอะไรที่ซับซ้อนและลงลึกในเรื่องมุมมองของทัศนศิลป์มากกว่านั้น เป็นทักษะที่จำเป็นต้องอาศัยฝีมือและการฝึกฝนในการเรียนรู้ในการจัดองค์ประกอบภาพ มากกว่าแค่การมีอุปกรณ์ล้ำๆ แล้วเพียงกดชัตเตอร์ เพื่อให้ได้รูปตามที่ใจต้องการ

และหากย้อนหลังกลับไปยังอดีต วงการถ่ายภาพระดับโลกเคยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเอเจนซี่ ที่แนวคิดในวันนั้นยังคงยืนหยัดได้อย่างสง่างามและเป็นที่ยอมรับมาจนถึงทุกวันนี้


เมื่อช่างภาพลุกขึ้นมาปฏิวัติ

ผลงานของ Henri ผลงานของ Henri Cartier-Bresson
ที่มา barbarabluestone.com

ในปี ค.ศ. 1947 มีการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในแวดวงช่างภาพระดับโลก นั่นคือการก่อตั้งเอเจนซี่ใหญ่ชื่อ Magnum Photos เอเจนซี่นี้เกิดจากความคิดของช่างภาพระดับพระกาฬในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้แก่ โรเบิร์ต คาปา (Robert Capa) เดวิด ซีมัวร์ (David Seymour) อ็องรี การ์ตีเย-แบรซง (Henri Catier-Bresson) จอร์จ ร็อดเจอร์ (George Rodger) ซึ่งแต่ละคนเป็นสุดยอดฝีมือผู้ทรงอิทธิพลในทวีปต่างๆ มีเครือข่ายช่างภาพที่พร้อมจะกระจายข่าวสารออกไปอย่างกว้างขวาง

ผลงานของ David Seymour ภาพ MEXICO. 1939. At a bullfight.
ที่มา: pro.magnumphotos.com

วัตถุประสงค์ของ Magnum Photos คือการต่อสู้เพื่อให้ช่างภาพได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ผลงานภาพถ่ายของตน ซึ่งไม่ควรจะตกเป็นสมบัติของสำนักพิมพ์ เมื่อช่างภาพมารวมตัวกันเป็นเครือข่ายแล้ว สื่อสิ่งพิมพ์ก็มีทางเลือกในการซื้อหาภาพที่ต้องการได้มากขึ้น วางแผนการทำงานล่วงหน้าได้ดีขึ้น แถมยังยกระดับภาพถ่ายให้เป็นงานศิลปะ มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนเทคนิคมุมมอง เป็นดั่งเสาหลักของวงการที่ทำให้ช่างภาพรุ่นใหม่มองเห็นแนวทางในการพัฒนาและฝึกฝน

ผลงานของ William Vandivert ภาพ Budapest, Hungary, 1939 เด็กๆ ชาวยิปซีเรียนสีไวโอลิน
ที่มา: https://attropin.tumblr.com

ในสมัยนั้น สื่อสิ่งพิมพ์หัวใหญ่ที่ทำให้การตีพิมพ์ภาพนำมาซึ่งความภาคภูมิใจ ได้แก่ TIME Magazine นิตยสารข่าวรายสัปดาห์ของสหรัฐอเมริกา และ LIFE Magazine นิตยสารภาพข่าวในตำนาน ที่มีการจัดภาพเป็นหมวดหมู่ เช่น ภาพข่าวสงคราม ภาพกีฬา ภาพเด็ก ภาพบุคคลสำคัญ ฯลฯ ซึ่งภาพถ่ายที่ได้ตีพิมพ์ลงในนิตยสาร LIFE ถือเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์เลยทีเดียว


ช่างภาพสมัยก่อนทำงานยากกว่าสมัยนี้มาก

ผลงานของ Robert Capa ชื่อ “FRANCE. Normandy. June 6th, 1944. ที่มา: pro.magnumphotos.com

หากคำว่า “shoot” ใช้กับการยิงปืน การถ่ายภาพในสงครามก็คู่ควรกับคำนี้เช่นเดียวกัน เพราะความนิ่ง ความแม่นยำ ความกล้าหาญ คือคุณสมบัติของช่างภาพไม่ต่างจากทหารหาญในสมรภูมิรบ

มีเรื่องเล่าว่าสมัยที่โรเบิร์ต  คาปา หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Magnum  Photos ยังเป็นช่างภาพหนุ่มไฟแรง เขาผ่านการถ่ายภาพสงครามถึง 5 สนามรบ ทั้งที่ถูกกำชับว่าให้อยู่บนรถคอนวอยเท่านั้น แต่พอถึงเวลาเขาก็วิ่งฝ่าเข้าไปในสนาม รบเคียงบ่าเคียงไหล่ทหารหาญ เพียงแค่อาวุธของเขาคือกล้องถ่ายรูป ในปี ค.ศ. 1940 ภาพของเขาได้ลงตีพิมพ์ประกอบนิยายจากสนามรบเรื่อง “For Whom the Bells Tolls” ในนิตยสาร LIFE อย่างสมศักดิ์ศรี เพราะผู้เขียนคือเออร์เนสต์ เฮมมิ่งเวย์ (Ernest Hemmingway) นักเขียนคู่บารมีที่ตะลุยเข้าไปในสนามรบด้วยกัน

ภาพ Henri Cartier-Bresson ถ่ายโดย Jane Brown จาก The Guardian
ที่มา: lomography.com

การถ่ายภาพเชิงข่าวสารคดีที่ต้องอาศัยความแม่นยำ เฉียบขาด แต่ละช็อตจะพลาดไม่ได้ ทำให้ช่างภาพและอุปกรณ์ในมือของเขาต้องเป็นหนึ่งเดียวกันให้มากที่สุด ในสมัยนั้นกล้องขนาด 35 มม. จัดเป็นอุปกรณ์ขนาดกะทัดรัด พกพาง่าย คล่องตัวในการเก็บภาพ โดยส่วนใหญ่ช่างภาพจะตั้งความเร็ว (Speed Shutter) ไว้ที่ 1/1000 เพื่อกันพลาด

ส่วนขั้นตอนการทำงานนั้นก็เต็มไปด้วยความยากลำบาก กว่าจะถ่ายรูป กว่าจะล้างฟิล์ม กว่าจะส่งภาพที่ล้างแล้วกลับมาให้สำนักข่าวเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลามาก ยิ่งช่างภาพข่าวสงครามแทบไม่ต้องพูดถึง ต้องแอบเอาฟิล์มไปล้าง แอบส่งไปรษณีย์กลับมาให้สำนักข่าว ภาพแต่ละภาพจึงมีราคาน้อยนิดเมื่อเทียบกับชีวิตเสี่ยงภัยกลางสนามรบ

ช่างภาพคนใดก็ตามที่ได้มีชื่อติดอยู่ในทำเนียบ Magnum Photos ก็ถือว่าเป็นเกียรติประวัติซึ่งจะอยู่คู่กับช่างภาพคนนั้นไปตลอดกาล

ผลงานของ George Rodger ภาพ London,1940, A Tea Canteen for Bomb Civilians.
ที่มา: www.georgerodgerphotographs.com

Magnum Photos ครบรอบ 70 ปี ในปี ค.ศ. 2017 ทุกวันนี้โลกดิจิทัลยิ่งสนับสนุนให้ภาพที่เต็มไปด้วยพลัง และแรงบันดาลใจ ค้นหาได้ง่ายขึ้นจากแพลตฟอร์มออนไลน์ Magnum Photos ยังคงมีกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้ช่างภาพรุ่นใหม่ๆ ได้พัฒนาฝีมือ และนำเสนอผลงานของพวกเขาสู่เวทีระดับโลก

ที่มา: photocontestdeadlines.com

สำหรับผู้ที่รักการถ่ายภาพเป็นชีวิตไม่แปลกเลยที่จะฝัน การมีชื่อติดอยู่ในทำเนียบช่างภาพระดับโลก อาจดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ แต่ความใฝ่ฝันไม่เคยทำร้ายใคร เพราะนอกจากจะทำให้เรามีเป้าหมายในชีวิตแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ในวันนี้ย่อมจะดีกว่าเมื่อวันวาน

ค้นหาแรงบันดาลใจเพิ่มเติมได้ที่ www.magnumphotos.com คุณอาจจะพบว่า งานถ่ายภาพ Pre-Wedding ไม่ใช่ทางที่คุณอยากจะเดินอีกต่อไป

ข้อมูลอ้างอิง
www.magnumphotos.com
Robert  Capa ตำนานช่างภาพที่ชีวิตยิ่งกว่าหนัง https://bit.ly/2SHBhVu
Magnum Photos www.wikipedia.org

ให้กำลังใจผู้เขียนกันหน่อย :