รักแท้ในอุดมคติมีจริงหรือ

614

ทุกวันนี้มีคนโสดมากมายรอคอยรักแท้แต่ไม่เคยขวนขวาย ส่วนบางคนก็เปิดโอกาสเรื่อยไปจนหัวใจด้านชา และมีหลายคนกลัวความผิดหวังซ้ำซาก เมื่อรักใครจึงให้ใจเพียงครึ่งเดียว

เราอยากให้คุณหันมาทบทวนว่ากำลังอยู่ตรงไหนของความรัก หากไขว่คว้าหารักอยู่ก็จงเปิดใจให้ความรักผ่านเข้ามาเพราะรักไม่ใช่สินค้าปะยี่ห้อมาให้เราเลือก เราเองต่างหากคือผู้สร้างรักแท้อย่างไม่มีเงื่อนไข แต่ถ้าคุณมองหา “รักแท้” ซึ่งเป็น “รักในอุดมคติ” ด้วย คงไม่มีใครตอบได้ว่ามีจริงหรือไม่

ก่อนอื่นเราต้องไม่ปฏิเสธหัวใจตัวเองก่อนว่าความรักเป็นสิ่งงดงาม เป็นการค้นพบประสบการณ์ที่น่าปิติยินดี ส่วนจะเกิดจากการหลั่งสารเคมีบางชนิดในร่างกาย หรือสมองซีกซ้ายทำงานมากกว่าซีกขวา เราจะไม่นำพาในบทความนี้ แต่จะเล่าเรื่องรัก 3 กรณีที่จะช่วยตอบคุณว่า “รักแท้ในอุดมคติมีจริงหรือ”


เขาไม่ใช่คนในสเปค
ของฉันเลย

ที่มา: unsplash.com

มะปรางเรียนจบปริญญาโทจากนิวยอร์ก เธอเป็นสาวสวย รสนิยมดี มีสไตล์แบบสาวครีเอทีฟ แต่เห็นเก๋ๆ อย่างนี้ อกหักตลอด ไม่รู้ว่าทำไม แล้วคนที่หักอกเธอแต่ละคนมีตั้งแต่ นายแบบ ช่างภาพ อีกคนก็ออกแนวศิลปิน สรุปว่าหนุ่มไหนไม่อาร์ต มะปรางไม่สน เธอล็อคสเปคของเธอไว้แบบนี้ อายุผ่านไปนานปีก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้แต่งงาน จนที่บ้านเริ่มสงสัยว่าลูกสาวก็สวย ทำไมถึงขายไม่ออก

จนกระทั่งวันหนึ่ง มะปรางได้มาเจอกับกฤษณ์

ทั้งคู่พบกันในงานสัมมนาแห่งหนึ่ง กฤษณ์เป็นหนุ่มขี้อาย ออกตี๋ๆ ขาวๆ สุภาพเรียบร้อย ค่อนข้างผอม รูปร่างสันทัด ไม่สูง ไม่กล้าม ไม่ขี้เหร่ แต่ก็ไม่มีอะไรเด่น ไม่เจ้าชู้ ไม่เร้าใจ ดีอย่างเดียวคือสุภาพ นอกนั้นไม่มีอะไรตรงสเปคมะปรางสักอย่าง แต่วินาทีที่เขากล้ารวบรวมความกล้าเข้ามาทำความรู้จักเธอนั่นแหละ มะปรางเห็นว่าความขี้อายของเขาก็น่ารักดี

ทั้งคู่แลกเบอร์กัน กฤษณ์ขอเธอเป็นเพื่อน ครั้งแรกที่มะปรางพากฤษณ์มาหาเดอะแก๊งค์ เธอส่งข้อความเจี๊ยวจ๊าวในไลน์กลุ่มว่า “แก ไม่ต้องคาดหวังอะไรเลยนะ กฤษณ์มันไม่หล่อ ตี๋มาก แล้วแบบ แต่งตัวไม่ถูกสเปคชั้นอย่างแรง”

“เอาน่าแก คบๆ ไปก่อน แกอายุก็เยอะแล้วนะ” เพื่อนพูดราวกับจะรู้ว่าคู่นี้คงลงเอยกันได้ในไม่ช้า

หลังเปิดตัวกฤษณ์กับเพื่อนๆ คนทั้งคู่ก็ได้รับพลังบวกจากกลุ่ม เรียกได้ว่าทั้งผลักทั้งเชียร์ จนในที่สุดทั้งคู่ตกลงแต่งงานกัน นับจากวันเข้าหอ ซีรี่ส์ของสิ่งที่ต่างคนต่างไม่ชอบในกันและกัน เผยตัวออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน แต่ด้วยความที่ทั้งคู่เป็นผู้ใหญ่พอ เมื่อฝั่งหนึ่งพูดตรง อีกฝั่งก็อดทนฟังอย่างใจเย็น พออีกฝั่งของขึ้น อีกฝั่งก็ลดอุณหภูมิลง เหมือนนักร้องประสานเสียงวงโอเปราที่ร้องเพลงเดียวกันด้วยโทนเสียงคนละคีย์

ทั้งคู่มีเป้าหมายเดียวกันคือประคองชีวิตคู่ให้อยู่นานๆ การมีปากเสียงกันทุกครั้ง คือโอกาสของการเรียนรู้และให้อภัย

ทุกวันนี้มะปรางและกฤษณ์มีลูกชาย 1 คน เป็นหัวแก้วหัวแหวนของคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย
ความแตกต่างที่ไม่น่าจะลงเอยกันได้ เมื่อปรับเข้าหากันด้วยความเข้าใจ กลายเป็นการเติมเต็มไปในที่สุด


รักคนที่เขารักเราดีกว่า

ที่มา: unsplash.com

กิ๊บหญิงสาวตากลมแผนกบริหารลูกค้ามีปัญหาที่บ้าน ลางานก็บ่อย วันหนึ่งเจ้านายเห็นท่าไม่ดี จึงเรียกเธอเข้ามาคุยและหยิบยื่นแนวทางแก้ปัญหาชนิดที่เธอคาดไม่ถึง

“ตอนนี้มีคนคุยอยู่กี่คนกิ๊บ” เจ้านายถามตรง
“ดูๆ อยู่ 5 คนค่ะเจ้านาย” เธอตอบ
“อะไรนะ 5 คน” เจ้านายทำเสียงสูง “แล้วคนไหนที่เธอเครซี่ที่สุด”
กิ๊บเอ่ยชื่อนัมเบอร์วันด้วยดวงตาวาบวับ เธอรู้สึกว่าถ้าชนะใจผู้ชายคนนี้ได้ โลกทั้งใบคงเป็นของเธอ
“แล้วใครมีวี่แววอยากขอเธอแต่งงาน”
“ก็มีพี่เต้น่ะเจ้านาย แต่เค้าไม่หล่อเลย แก่กว่ากิ๊บตั้งหลายปี”
“งั้นดี กิ๊บไปถามพี่เต้เลยว่าพร้อมแต่งงานเมื่อไร เดี๋ยวพี่ช่วยเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายเธอให้เอง”
เจ้านายสาวใหญ่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนโน้มน้าวจนลูกน้องตกลงไปลองคุยดู นี่คือแผนการแก้ไขปัญหาที่เธอก็ไม่อยากจะสมยอมเท่าไร ในที่สุดการแต่งงานก็ลุล่วงไปด้วยดี เจ้าสาวดูไม่ปลื้มเพราะเจ้าบ่าวไม่ใช่คนที่เธอปิ๊ง แถมแก่กว่าเธอหลายปี

สิบปีผ่านไป ฉันได้มีโอกาสพบกับพี่กิ๊บโดยบังเอิญที่ลานจอดรถแห่งหนึ่ง เธอสวยเหมือนเดิม น้ำหนักขึ้นนิดหน่อย แต่ที่สดใสเป็นพิเศษคือดวงตาที่มีความสุข เมื่อถามเธอถึงชีวิตคู่ เธอยิ้มโลกสว่างก่อนตอบว่า

“พี่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านั่นเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุด ตอนนี้พี่แฮปปี้มาก พี่เต้ไม่ได้รักพี่ลดลงเลย เสมอต้นเสมอปลาย แต่พี่ว่าพี่รักเขาเพิ่มขึ้นทุกวันเลยนะ สงสัยเป็นเพราะรู้ว่าเขาแคร์เรามั้ง”

“จำไว้นะ ถ้าจะเลือกใครสักคน ให้เลือกคนที่เขารักเรา” พี่กิ๊บพูดทิ้งท้ายก่อนที่สามีและลูกชายสุดหล่อ สูงเกือบจะเท่าพ่อ เดินมาเป็นหลักฐานประกอบการสนทนา


เลิก 7
ทีก็กลับมาดีกัน 7 หน

ที่มา: unsplash.com

พี่ต่อกับนัทปิ๊งกันตั้งแต่สมัยยังเรียนมหาวิทยาลัย นัทเข้าปี 1 พี่ต่อเรียนปี 2 นัทไม่ใช่คนสวย ดูออกทอมๆ ขณะที่พี่ต่อเป็นหนุ่มเนื้อหอม เขาคงประทับใจนัทตรงที่เธอคุยเก่ง ดูลุยๆ จึงเข้ามาตีสนิทผ่านกิจกรรมนักศึกษา และได้เป็นแฟนกันในที่สุด

แต่เมื่อเวลาผ่านไป นิสัยที่แก้ไม่ได้ของพี่ต่อก็โผล่ออกมา นั่นคือความเจ้าชู้ ตอนเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยไม่มีใครมาวอแวเพราะเห็นว่าพี่ต่อมีแฟนแล้ว แต่พอเรียนจบ แยกย้ายกันไปทำงาน สาวๆ ที่มาเกาะแกะก็ไม่ใช่อื่นไกล ลูกน้องบ้าง ลูกค้าบ้าง จนพี่ต่อเลิกกับนัทไปหาสาวสวยรายใหม่

จากนั้นไม่นานทั้งคู่ไปเจอกันที่ผับแห่งหนึ่ง จึงมีโอกาสปรับความเข้าใจ แล้วก็กลับมาคืนดีกันอีกครั้ง แต่พอสักปีสองปี ก็มีเหตุให้เลิกกันใหม่ คู่นี้ทำสถิติเดี๋ยวรัก เดี๋ยวเลิก ประมาณ 7 ครั้ง ในช่วงอายุระหว่าง 22-40 ปี ทุกครั้งที่เลิกเพราะผู้ชายไปคบคนใหม่ แล้วทุกครั้งที่เขาวนกลับมา ก็เพราะคนใหม่สู้คนเก่าไม่ได้ ในเรื่องความเก่ง ความฉลาด ความสามารถ การเป็นผู้ให้คำปรึกษาที่ดี ซึ่งในวัยที่ผู้ชายไต่เต้าสู่ความสำเร็จจนออกมาเปิดบริษัทของตัวเอง เขาตระหนักว่าเขาไม่ได้ต้องการความกระเง้ากระงอดของหญิงสาว แต่สิ่งที่นัทเติมเต็มเขาได้ลงตัว คือความที่เธอนับถือตัวเอง และความไม่งี่เง่าของเธอ

ทุกวันนี้ทั้งคู่ไม่มีลูกด้วยกัน แต่มีวิธีกระชับความหวานด้วยการซ้อมวิ่งมาราธอน เพราะเป้าหมายของคู่รักบูมเมอร์แรงอยู่ที่การไปวิ่งมาราธอนที่ญี่ปุ่น


แล้วสิ่งใดคือรักแท้

ถึงตรงนี้ต้องยกข้อความในพระคัมภีร์มากล่าวว่า
“ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้ ความรักไม่อิจฉา
ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว
ไม่ช่างจดจำความผิด ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด แต่ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติชอบ

ความรักทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ
และมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกอย่าง”

จนถึงบรรทัดนี้ เราก็ยังไม่มีข้อสรุปสำหรับคำถามที่ว่า “รักแท้ในอุดมคติมีจริงหรือไม่”
แต่ใครที่กำลังตามหารักแท้แล้วยังไม่พบ ขอให้คุณลองเปิดใจ เปิดตา มองดูใหม่ บางทีรักแท้อาจจะยืนอยู่ตรงหน้าคุณแล้วก็เป็นได้

ให้กำลังใจผู้เขียนกันหน่อย :