ออกสำรวจเส้นทางฝันของ หญิงปุ๊ก วิลาวัลย์ แก้วเขียวบริสุทธิ์

1239

จากเด็กผู้หญิงที่เคยมองเข้าไปในกระจกแล้วไม่ชอบตัวเอง เปลี่ยนเป็นคนที่รักตัวเอง ได้เป็นตัวเองในแบบที่เธอชอบ และมีเป้าหมายในการเลือกใช้ชีวิตในแบบที่ชอบอย่างชัดเจน ผ่านการเรียนรู้ เก็บประสบการณ์จากการเดินทางรอบโลก วันนี้เธอได้นำความรู้ และประสบการณ์มาแบ่งปันบนโลกออนไลน์ ผ่านแฟนเพจ Facebook หญิงปุ๊ก พาเที่ยว ที่มีผู้ติดตามกว่า 1 แสน 8 พันคน และเว็บไซด์ yingpook.com ที่รวบรวมสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวจากรอบโลกไว้ในเว็บเดียว

หลังจากเดินทางมากว่า 50 ประเทศ ได้ทำตามฝันของตัวเอง และได้พาคุณพ่อ คุณแม่เที่ยว เก็บ Bucket List ขอทำสักครั้งก่อนตาย ไป 100 กว่าอย่าง ความสุขของเธอ จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การแบ่งปันประสบการณ์ท่องเที่ยวบนโลกออนไลน์ หากแต่ช่วยเติมฝันให้ผู้ที่สนใจท่องเที่ยวทั่วโลก ด้วยเรือสำราญ ผ่านบริษัท “2morrow Explorer” ซึ่งเธอดูแลด้วยใจในทุกขั้นตอน

 

ก่อนจะมาเป็นหญิงปุ๊กพาเที่ยว

จากเด็กเนิร์ดที่เรียนเก่ง แต่ใช้ชีวิตในสังคมยังไม่ค่อยเป็น วันนึงได้ลุกขึ้นมาส่องกระจก แล้วพบว่าไม่ชอบคนในกระจกเลย จึงนำกระดาษออกมาลิสต์ความในใจออกมาเป็นข้อๆ ซึ่งกระดาษแผ่นนั้นได้ฉีกเธอออกจากเส้นทางเดิมโดยปริยาย คุณปุ๊กเล่าให้ฟังว่ากระดาษแผ่นนั้นมีความหมายต่อเธออย่างไร

“ตอนนั้นเรารู้สึก เราไม่ค่อยชอบตัวเองเลยค่ะ ก็เอากระดาษออกมาลิสต์เลยว่า เราชอบอะไรในตัวเอง ก็คือชอบที่เรียนเก่ง แล้วไม่ชอบอะไรในตัวเองล่ะ โอ้โห…ลิสต์ยาวมาก ยาวเป็นหางว่าว เช่น ปุ๊กเป็นคนขี้กลัวมากกับการทำความรู้จักคนอื่น ไม่คุยกับคนแปลกหน้า ในโลกนี้แค่มีคนในครอบครัว และเพื่อนสนิทก็เพียงพอแล้ว ซึ่งมันไม่ใช่อ่ะ เราไม่ได้ชอบที่จะเป็นแบบนี้ พอเรียนจบแล้ว ต้องออกมาอยู่ร่วมกับคนในสังคม เราจะมากลัวแบบนี้ไม่ได้ คือต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้วล่ะ นอกจากนี้เราก็มีภาพในฝัน คนที่เราอยากเป็น เช่น สวย รวย เก่ง อะไรแบบนี้ ช่วยเหลือพึ่งพาตัวเองได้ แล้วเป็นผู้นำ ช่วยเหลือคนอื่นได้ด้วย

แล้วเธอก็ตัดสินใจลุกขึ้นมาขอคุณพ่อ คุณแม่ ไปเป็นนักท่องเที่ยว ฝึกพึ่งตัวเอง พร้อมๆ กับการไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ University of Sydney ประเทศออสเตรเลีย เหตุผลเพราะมหาวิทยาลัยอยู่ในเมืองหลวงที่มีนักท่องเที่ยวเยอะ และรู้สึกว่าไม่ไกลจากไทยเท่าไหร่

“ปุ๊กตั้งใจว่ามีเวลาแค่ปีครึ่ง เราต้องเก็บประสบการณ์ ฝึกทำทุกอย่างให้ได้มากที่สุด ระหว่างที่ไปเรียนก็ได้เที่ยวหลายๆ เมืองในออสเตรเลีย เล่นสวนน้ำ สวนสนุก เที่ยวเกาะ ไปสวนสัตว์กระโดดหนีจิงโจ้ (หัวเราะ) กลัวโดนมันเตะ และก็ไปเเบ็คเเพ็คเที่ยวนิวซีแลนด์กับเพื่อน 2 รอบด้วย นั่งรถบัสไปทำกิจกรรม เดินบนธารน้ำแข็ง รู้สึกตื่นเต้นและเท่ห์มาก เดินไป 6 ชั่วโมง เดินจนขาสั่น เพื่อนก็ดันมาจะเป็นลม เราต้องแบกเพื่อนเดินอีก โอ้ว พระเจ้าจอร์จ เหนื่อยมาก แต่ก็ดีใจได้กินน้ำที่ละลายจากธารน้ำแข็งสดๆ เฟรชๆ มาเพิ่มพลัง.. ได้ไปเมืองโรโตรัว เมืองกำมะถัน ขึ้นชื่อเรื่องสปา ถ่ายภาพบ่อกำมะถันออกมาสีสันสวยมาก ส้มเหลืองเขียวผุดๆๆ แต่กลิ่นงี้เหม็นขั้นเทพ ได้กลิ่นแล้วคลื่นไส้ ต้องขอยาดม 2 รูจิ้มจมูกด่วนๆ เลย แล้วก็ได้ไปเจอประชากรแกะที่มีมากกว่าคนในนิวซีแลนด์ ไปดูเค้าตัดขนแกะ เอามาทำของใช้ ได้ไปตามรอยสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ รู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปอยู่ในหนังจริงๆ ได้เห็นหนอนเรืองแสงในถ้ำ และได้เห็นเพื่อนกระโดดบันจี้จัมพ์ กับบันจี้สวิงรัวๆ ด้วยท่าพิศดารเป็นสิบท่า เบิกเนตรมาก แต่เราไม่ได้โดดนะคะ แค่เห็นก็เสียวแว้บ ใจหายลงไปอยู่ที่ตาตุ่มละจ้า

สรุปแล้ว…ประสบการณ์ทั้งหมดจากการท่องเที่ยว และการใช้ชีวิตในซิดนีย์ ที่เต็มไปด้วยด้านบวก ผสมกับการต้องเจออุปสรรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ตกเครื่องบิน ตกเรือ ขึ้นรถไฟผิดขบวน โดน Bully บ้าง พูดไม่ทันเพื่อนบ้าง ฯลฯ ต่างก็ทำให้เราได้เรียนรู้ หาวิธีแก้ปัญหาด้วยตัวเอง และเปลี่ยนทัศนคติหลายๆ อย่าง รวมถึงจากเดิมที่คิดว่า ‘ประเทศไทยคือบ้านของเรา’ ขยายเป็น ‘โลกทั้งใบคือบ้านของเรา’ เราจะออกไปสำรวจบ้านที่สวยงามหลังนี้ให้ทั่วทุกมุมเลย”

“นอกจากนี้ ช่วงที่เรียนปริญญาโทอยู่ คุณยายที่เรารักมากได้จากไป แบบไม่ได้ร่ำลา นอนหลับแล้วไปสวรรค์เลย ก็ถือว่าท่านมีบุญมาก อย่างไรก็ตาม เรารู้สึกเสียใจ อยากมีโอกาสบอกรัก และตอบแทนบุญคุณคุณยายให้มากกว่านี้ ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็ทำให้เราคิดได้ว่า เวลาในชีวิตคือสิ่งที่สำคัญที่สุด และความตายก็อยู่ใกล้เรามากกว่าที่คิดนะคะ”

 

ชีวิตเปลี่ยนไปหลังกลับจากออสเตรเลีย

“หลังกลับจากออสเตรเลีย ปุ๊กก็กลับมาช่วยทำงานที่บ้าน ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัว แล้วก็เริ่มนับอายุของป๊าม้า โอ้โห หน้าตายังวัยรุ่นอยู่ แต่อายุไม่น้อยแล้วนะเนี่ย และมีความแอบกลัวอยู่ลึกๆ ว่า ไม่รู้ว่า…คนที่เรารักจะจากไปเมื่อไหร่ ก็เลยอยากจะทำให้เขารู้ไปเลยว่า เรารักเขามากแค่ไหน ตั้งแต่ตอนที่เขายังอยู่กับเรา แล้วก็อยากเห็นเค้ามีความสุขมากๆ ด้วยค่ะ เราก็เลยถามม้าว่า ม้ามีความฝันอะไรที่ยังไม่ได้ทำบ้าง ม้าก็ตอบว่า…ม้าอยากไปเห็นหอไอเฟล อยากเห็นหิมะ และอยากนอนในวังด้วย ขอสักครั้งในชีวิต เราก็เลยเริ่มวางแผนเที่ยวอีกครั้ง กับภารกิจพิชิตความฝันป๊าม้าให้เป็นความจริง แล้วก็ส่วนตัวแอบติดเที่ยวด้วยแหละ ขอสารภาพตามตรงเลยค่ะ (หัวเราะ) หลังจากนั้นปุ๊กก็เขียน Bucket List สถานที่ท่องเที่ยวในฝันรอบโลก แล้วก็พาป๊าม้าตามเก็บไปเรื่อยๆ ค่ะ

เผลอแว็บเดียว ผ่านไปเกือบสิบปีค่ะ เที่ยวไปกว่า 50 ประเทศในหลายร้อยเมือง เที่ยวจนเบื่อเลยทีเดียว ทุกวันนี้เกินความฝันของม้าและป๊าไปไกลแล้วค่ะ รวมถึงปุ๊กด้วย ปุ๊กรู้สึกดี มีความสุขมาก ที่ได้มีโอกาสตอบแทนป๊าม้า เห็นเขามีความสุข ป๊าม้าก็ดีใจที่มีลูกพาไปเที่ยว ต่างฝ่ายต่างรู้สึกโชคดีที่มีกันและกัน นอกจากนี้ปุ๊กยังค้นพบว่า พวกเรามีช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกันมากมาย มีภาพประทับใจนับไม่ถ้วน มีเรื่องให้เม้าส์กันได้เป็นเดือนๆ แล้วก็ได้มีโอกาสพูดคุย ปรับความเข้าใจ ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน อย่างทริปที่พาม้าไปล่าแสงเหนือที่นอร์เวย์ เราเดินแหงนมองท้องฟ้า รอแสงเหนือด้วยกันดึกดื่นทุกคืน ตื่นเต้น ว๊ายๆๆ แสงมาแล้ว ว้าวววว…Amazing…นี่ม้ายังแทบไม่เชื่อตัวเองเลยค่ะว่า ได้เห็นแสงเหนือพริ้วไหวเต็มท้องฟ้าแล้ว แถมไปในเมืองที่มีอุณหภูมิติดลบ 20 องศาอีกด้วย เพราะว่าปกติเจะป็นคนขี้หนาวมาก ไม่กล้าไปหรอกค่ะ (หัวเราะ) ส่วนป๊าก็แนวชอบสอน แนะนำบอกต่อข้อคิดที่ได้จากการไปเที่ยวในแต่ละครั้ง มาคุยกับปุ๊ก ก็ได้ไอเดียเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดค่ะ”

 

แบ่งปันความสุขสู่โลกออนไลน์

“จากประสบการณ์ที่ได้เที่ยวมาเยอะ เพื่อนๆ ก็ขอให้เล่าให้ฟัง เราก็เล่าหลายรอบมาก จนเราเหนื่อย (หัวเราะ) เลยคิดว่าเขียนรีวิวลง Pantip เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ดีกว่า ก็เขียนอยู่สักพักใหญ่ๆ แต่เนื่องจากมีเนื้อหาเยอะ เราก็เลยเปลี่ยนมาเป็นลงบทความและรีวิวในเว็บไซด์ของตัวเองแทน ที่ www.yingpook.com  และทำเพจหญิงปุ๊กพาเที่ยว เพื่อแชร์เรื่องเที่ยวล้วนๆ เลย โดยตอนนี้ก็มีบทความมากกว่า 400 บทความแล้วค่ะ เรามีแฟนเพจ และเพื่อนๆ หลายคนที่ติดตามเราอยู่ ก็ถือโอกาสขอขอบคุณทุกๆ คนเลยนะคะ ที่กรุณาติดตาม กดไลค์ กดแชร์ ให้กำลังใจ มาเม้าส์มอยเรื่องเที่ยวด้วยกัน และหลายๆ ท่านก็กลายมาเป็นลูกค้าของบริษัททัวร์เรือสำราญของปุ๊กด้วย ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงเลยค่ะ”

 

สไตล์การเที่ยวของปุ๊ก

หลักๆ จะเป็นการเที่ยวหรูอยู่สบาย เป็นทริปที่พาคุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวในฝัน นอนโรงแรมหรู ทานร้านอาหารหรู ส่วนการเที่ยวลุยๆ แบบผจญภัย Adventure ก็จะไปกับเพื่อน โดยใช้ระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก งบน้อยและตารางแน่นมาก แบบกลัวเที่ยวไม่คุ้ม และถ้าให้เที่ยวแบบที่ตัวเองชอบจริงๆ ก็จะเป็นการไปสวนสนุกดิสนีย์ กับยูนิเวอร์แซล สตูดิโอค่ะ หลงรักเจ้าหญิงเจ้าชาย ไอรอนแมน และแฮร์รี่ พอตเตอร์อย่างมาก ซึ่งปุ๊กก็ภูมิใจมากที่จะประกาศว่า เราไปเก็บมาครบทุกสาขาในโลกแล้วจ้า เย้… รวมถึงเรือสำราญดิสนีย์ และเกาะส่วนตัวของดิสนีย์ที่บาฮามาส อเมริกาด้วยนะคะ

นอกจากนี้ก็ชอบเก็บประสบการณ์ทำอะไรแปลกๆ ที่ไม่เคยทำ ลองทำให้หมดเลยค่ะ ไม่เว้นแม้แต่การลอยได้ เหมือนเราอยู่ในอวกาศ ผ่านการขึ้นเครื่องบิน Zero Gravity ที่จำลองสภาพไร้น้ำหนักบนเครื่องบิน ซึ่งนักบินอวกาศเอาไว้ใช้ฝึกก่อนที่จะออกไปทำงานนอกโลกจริงๆ รู้สึกตัวเองเจ๋งสุดๆ ไปเลยค่ะ ครั้งนึงในชีวิตที่หนัก 0 กิโลกรัม (หัวเราะ) อย่ามีใครมาว่าเค้าอ้วนนะ เค้าเคยหนัก 0 กิโลกรัมนะ (หัวเราะ)”

 

จากโลกออนไลน์มาสู่การมีบริษัททัวร์เรือสำราญ

จุดเริ่มต้นของการเปิดบริษัททัวร์ ชื่อ “2morrow Explorer” มาจากการที่คุณปุ๊กเริ่มมีผู้ติดตาม เขียนมาขอคำแนะนำเรื่องการท่องเที่ยวมากมาย ประกอบกับคำชักชวนของคุณป้อม (ปิยพันธ์ วงศ์ยะรา ผู้ก่อตั้ง stock2morrow และ 2morrow Group) ที่ทำให้เธอตัดสินใจได้ไม่ยากนัก คุณปุ๊กเล่าว่า

“ตอนนั้นปุ๊กวางแผนที่จะไปเที่ยวยุโรปกับคุณแม่ ฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก จากเวนิสไปอิสราเอล บนเรือสำราญ Seven Seas Explorer ซึ่งเป็นเรือสำราญที่หรูที่สุดในโลก ของสายเรือ Regent Seven Seas ค่ะ ทีนี้พี่เอ้ ภรรยาพี่ป้อมเห็นเราโพสต์ใน facebook แล้วเกิดสนใจ อยากไปด้วย พวกเราเลยได้มีโอกาสไปล่องเรือสำราญด้วยกันเป็นครั้งแรกค่ะ ระหว่างไปเที่ยวก็สะดวกสบาย หรูหรา บริการดีมาก อาหารอร่อย ดินเนอร์ก็ทานเป็นกุ้งมังกรทุกวัน สถานที่ท่องเที่ยวระหว่างทางก็สวย เที่ยวได้ไม่เหนื่อยเลย ระหว่างนั้นมีวันนึงปุ๊กตัดสินใจขอคำปรึกษาจากพี่ป้อมเรื่องท่องเที่ยวค่ะ พี่ป้อมเลยชวนให้มาเปิดบริษัทร่วมกัน เรารู้สึกตื่นเต้น ดีใจมากๆๆ และเป็นเกียรติสุดๆ เลยค่ะ เพราะแอบปลื้มพี่ป้อมอยู่แล้ว ปุ๊กอยากเรียนรู้จากพี่ป้อม ในเรื่องการทำธุรกิจ และการสร้างคอนเนคชั่น อยากมีโอกาสร่วมงานกับคนเก่งๆ คนที่มุ่งมั่นอยากจะพัฒนาตัวเอง เติบโตไปด้วยกัน ประกอบกับการที่พวกเราเที่ยวเก่ง ชอบเที่ยวเป็น Passion และมีประสบการณ์ท่องเที่ยวมาเยอะ มาทำตรงนี้ก็น่าจะเวิร์ค สามารถใช้ความเก่งของเราให้เป็นประโยชน์ สร้างความสุขให้กับคนอื่นๆ ค่ะ และถึงแม้ว่าเรือสำราญจะยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักสำหรับคนไทยเท่าไหร่ แต่เราก็เชื่อมั่นว่า.. ตลาดจะค่อยๆ เติบโต และจำนวนนักเดินทางที่สนใจล่องเรือเป็นครั้งแรก จะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ เรามีหน้าที่ในการให้ข้อมูล และช่วยเหลือแนะนำให้แต่ละท่านได้ไปเที่ยว ตามสไตล์ที่ชอบ เพื่อเนรมิตฝันของทุกคนให้เป็นจริง”

 

ข้อดีของการล่องเรือสำราญ

คุณปุ๊กได้แชร์มุมมอง ข้อดีของการล่องเรือสำราญให้ฟัง

  • เที่ยวเรือสำราญสบายมาก ไม่ต้องเก็บกระเป๋า แพ็คเข้าแพ็คออก เคลื่อนย้ายสัมภาระทุกวัน สามารถไปเที่ยวได้หลายประเทศ ในทริปเดียว ตั้งแต่ 2 ประเทศถึงหลายสิบประเทศ เริ่มตั้งแต่ 3 คืน ถึง 8 เดือนเลยค่ะ หรือถ้าใครเหนื่อย อยากพัก ไม่อยากลงไปเที่ยวในบางวัน รู้สึกป่วย ก็สามารถพักอยู่บนเรือได้ชิลๆ
  • ประหยัดเวลาเดินทาง ไม่ต้องนั่งรถ รถไฟข้ามเมืองนานๆ วันละหลายชั่วโมง เรือจะล่องข้ามประเทศในตอนกลางคืนขณะที่เราหลับ พอตื่นเช้าขึ้นมาก็ถึงที่หมายใหม่ พร้อมให้เราลงไปเที่ยวได้เลย ถ้าเราไปยุโรปหรืออเมริกานะคะ นั่งในรถวันนึง 3-4 ชม. เลยค่ะ เผลอๆ บางวัน 5-6 ชม. นั่งจนเมื่อยไปหมด มีเวลาได้เที่ยวแป้บเดียว แต่ถ้าล่องเรือ ก็แค่เดินทางในเมืองนั้นๆ วันนึงนั่งรถแค่ 1-2 ชม. เท่านั้น
  • มีเรือสำราญให้ล่องทุกวัน ในเส้นทางท่องเที่ยวทั่วโลก ดังนั้น เราจึงมีอิสระในการเลือกวันเดินทางได้เองตามตารางของสายเรือ อีกทั้งยังมีให้เลือกหลากสไตล์ หลายร้อยลำ ตามความชอบและงบประมาณ ที่เราควบคุมได้ ไม่บานปลาย และไม่แพงอย่างที่คิด
  • ทานอาหารอร่อยได้ไม่อั้นตลอด 24 ชม. ซึ่งรวมอยู่ในค่าห้องพักแล้ว มีสระว่ายน้ำ คาสิโน มีร้านค้าให้ช้อปปิ้ง มีกิจกรรมความบันเทิง โชว์ต่างๆ ให้ดูทุกวัน ไม่ต้องกลัวว่าจะเบื่อเลย เผลอแป๊บเดียวจบทริปซะแล้ว ซึ่งคนส่วนใหญ่ถ้าได้ไปล่องเรือสักครั้งนึงแล้ว มักจะติดใจ และกลายเป็นขาประจำล่องเรือไปเลยค่ะ ไม่ได้โม้นะ ถ้าไม่เชื่อลองสัมผัสประสบการณ์ดู ล่องเรือเป็นการเดินทางที่ค่อนข้างคุ้มค่ามากๆ ค่ะ
  • เรือสำราญเป็นการเดินทางที่สะดวก ง่าย และมีความปลอดภัยสูง มีไกด์ท้องถิ่นมืออาชีพพาเที่ยว เหมาะสำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย เริ่มต้นได้ตั้งแต่ทารกอายุ 6 เดือนถึง 1 ปีขึ้นไป แล้วก็ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารเป็นหลักในทุกเส้นทาง ไม่ต้องกลัวว่าจะพูดสเปน ฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น แล้วจะเที่ยวยาก สื่อสารลำบาก อังกฤษภาษาเดียว เที่ยวได้ทั่วโลกค่ะ (อย่างไรก็ตาม หากท่านไม่ถนัดภาษาอังกฤษ ก็สามารถติดต่อเคาน์เตอร์ช่วยเหลือด้านภาษาบนเรือได้ จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลืออยู่ แล้วก็ในเรือหลายๆ ลำ ก็มีพนักงานคนไทยทำงานอยู่ พี่ๆ ก็น่ารัก มักจะรีบมาต้อนรับ และแนะนำตัว คอยดูแลเราเป็นพิเศษ ในฐานะที่เป็นคนไทยด้วยกันค่ะ หรือถ้าให้สะดวกจริงๆ ก็สามารถจองผ่าน 2morrow Explorer ได้ เรามีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญคอยให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ค่ะ

 

จุดเด่นของการเที่ยวเรือสำราญกับ “2morrow Explorer”

“ง่ายๆ เลยค่ะ นึกถึงเรือสำราญ นึกถึงเรา 2morrow Explorer เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านการล่องเรือตัวจริง เสียงจริงค่ะ”

“เนื่องจากการล่องเรือสำราญเป็นการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เทรนด์ใหม่ของโลก ที่คนไทยยังไม่ค่อยคุ้นเคยนัก และมีรายละเอียดค่อนข้างซับซ้อน มีอิสระให้ผู้เดินทางได้เลือกมาก ทั้งในเรื่องของเส้นทาง ห้องพัก และแผนการเดินทาง เหมือนเป็นการเที่ยวทัวร์ส่วนตัวแบบอิสระค่ะ ฉะนั้นทาง 2morrow Explorer ผู้ช่วยส่วนตัวมืออาชีพด้านการท่องเที่ยวทางเรือสำราญ ยินดีและพร้อมให้บริการอำนวยความสะดวก ให้คำแนะนำ เพื่อให้ท่านออกเดินทางอย่างมีความสุข และกลับมาอย่างประทับใจค่ะ ทางเรามีบริการมากกว่า 10 สายเรือให้เลือก ทั้งแบบหรูหรา พรีเมียม เหมาะสำหรับครอบครัว แบบผจญภัย เรือยอร์ช และเรือแม่น้ำด้วย

หรูหรา

  • REGENT SEVEN SEAS

  • CRYSTAL CRUISES 

  • SEABOURN 

  • SILVERSEA 

พรีเมียม

  • OCEANIA CRUISES

  • HOLLAND AMERICA LINE 

ครอบครัว

  • DISNEY CRUISE LINE 

  • ROYAL CARIBBEAN INTERNATIONAL 

  • PRINCESS CRUISES 

เรือ Expedition

  • HURTIGRUTEN

  • SILVERSEA EXPEDITION

เรือยอร์ช

  • CRYSTAL YACHT 

  • RITZ-CARLTON YACHT 

เรือแม่น้ำหรู

  • CRYSTAL RIVER CRUISES 

  • UNIWORLD

โดยตัวปุ๊กเอง ก็มีประสบการณ์ล่องเรือมาไม่ต่ำกว่า 10 ลำในหลายๆ สายเรือ หนึ่งในทีมงานของเรามีประสบการณ์การทำงานด้านเรือสำราญมามากกว่า 20 ปี และทีมงานทุกคนเคยล่องเรือสำราญมาแล้วจริงๆ หลายครั้ง จึงสามารถมั่นใจ และเชื่อถือเราได้ว่า จะสามารถให้คำปรึกษาได้อย่างถูกต้อง ตั้งแต่ก่อนเดินทาง ระหว่างเดินทาง จนกระทั่งจบทริปเลยค่ะ ทั้งเรื่องวีซ่า ตั๋วเครื่องบิน โรงแรมที่พักก่อนและหลังล่องเรือ การเดินทางระหว่างสนามบินและท่าเรือ และประสบการณ์บนเรือสำราญ การเล่นกิจกรรมต่างๆ เป็นต้น

โดยราคาที่เราเสนอจะเป็นราคาที่ดีที่สุดจากระบบ เท่ากันกับเว็บไซด์ของสายเรือนั้นๆ คือราคาเท่าๆ กัน แต่มีทีมงานช่วยดูแลให้ สบายใจ ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ นอกจากนี้ เราได้รับการรับรองจาก Cruise Lines International Association: CLIA UK & Ireland และ CLIA Asia สมาคมอุตสาหกรรมเรือสำราญรายใหญ่ที่สุดของโลก มีความน่าเชื่อถือ ไว้ใจได้ และท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ ทั้งทางโทรศัพท์ อีเมล์ แฟนเพจ และทางไลน์ได้ทุกวัน หรือยินดีต้อนรับท่านที่ออฟฟิศ ในตึกสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 17 ติดกับ BTS ศาลาแดง ในช่วงเวลาทำการ นอกจากนี้ เราก็ยังมีบริการรถเช่าพร้อมคนขับคนไทยในยุโรป เป็นทัวร์ส่วนตัว พร้อมช่วยวางแผนการเดินทางให้ท่านอีกด้วยค่ะ”

 

คำแนะนำสำหรับคนเที่ยวเรือสำราญเป็นครั้งแรก

“ก่อนอื่นต้องทราบความต้องการในการท่องเที่ยว และข้อจำกัดต่างๆ ที่มีก่อน ตัวอย่างเช่น อยากไปเที่ยวประเทศไหน โซนไหนเป็นพิเศษ การเที่ยวทางเรือจะมีฤดูกาลการล่องเรือเป็นซีซั่น อย่างยุโรปกับอลาสก้า จะเริ่มเดินทางช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ถึงต้นเดือนตุลาคม ส่วนในเอเชียและทะเลแคริบเบียน จะสามารถล่องเรือได้ตลอดทั้งปีค่ะ

มีเวลาเดินทางทั้งหมดกี่วัน หากมีเวลาเที่ยวไม่ถึง 7 วัน ก็แนะนำให้ล่องเรือในเอเชีย ถ้าหากมีเวลา 7-14 วัน ก็ไปล่องเรือที่ยุโรปได้ และถ้ามีเวลานานๆ 10-20 วัน ก็ไปเที่ยวอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ได้ค่ะ แล้วก็เรื่องของงบประมาณ การทำวีซ่า และการเลือกเรือที่ใช่ ให้ถูกใจมากที่สุด

เนื่องจากสายเรือมีหลากหลายสไตล์ หลายลำ ต้องลองหาข้อมูล ดูรีวิว หรือสอบถามทีมงาน เพื่อช่วยแนะนำ และเลือกเรือที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่ชอบ บางท่านชอบเรือหรู ไม่ชอบคนเยอะวุ่นวาย บางท่านชอบเรือใหญ่ๆ คนเยอะๆ กิจกรรมแน่นๆ โชว์อลังๆ ไม่มีเบื่อ และบางท่าน โดยเฉพาะที่เป็นครอบครัว จะชอบเรือสำราญดิสนีย์ที่เหมือนยกเอาสวนสนุกดิสนีย์ไปไว้บนเรือ ธีมทุกอย่างเป็นดิสนีย์ มีมิกกี้เม้าส์มาให้ถ่ายรูป ร้านอาหารก็เป็นธีมเหมือนอยู่ในปราสาท การแสดงโชว์ก็จะการ์ตูน เช่น เจ้าหญิงเอลซ่า เจ้าหญิงเบลล์ และเจ้าหญิงซินเดอเรลล่า เป็นต้น และใครที่ชื่นชอบซุปเปอร์ฮีโร่ ก็จะมีตัวการ์ตูนจาก จักรวาล Marvel มาให้ตื่นเต้นอีกด้วยค่ะ”

 

ข้อดีของการท่องเที่ยวในมุมมองของ “หญิงปุ๊ก พาเที่ยว”

“การท่องเที่ยว เป็นการเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เร็วที่สุด และเรียลที่สุดค่ะ”

“จากประสบการณ์ของตัวปุ๊กเอง คิดว่าการท่องเที่ยวเป็นส่วนนึงของชีวิต และเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน การท่องเที่ยวคือการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง ที่ไม่ใช่การท่องจำแบบในตำรา ปุ๊กได้เรียนรู้มากมาย และเก่งขึ้นจากไปเที่ยวนี่แหละ ซึ่งข้อดีของการท่องเที่ยวมีหลายด้าน ดังต่อไปนี้ค่ะ

  1. ได้ความสุข เที่ยวแล้วมีความสุข เหมือนเป็นการเติมพลัง และให้รางวัลชีวิตตัวเอง ได้ผ่อนคลาย หลีกหนีจากความวุ่นวาย และความเครียด ได้ทำอะไรเปิ่นๆ แปลกๆ ขำๆ ไปถ่ายเซลฟี่เช็คอินสวยๆ เห็นธรรมชาติที่สวยงาม เห็นสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ พบปะผู้คนที่หลากหลาย ได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่แปลกใหม่ ได้กินอาหารท้องถิ่นที่อร่อย ได้เจอหิมะ ได้เหยียบทะเลทราย และได้เห็นแสงเหนือ เป็นต้น บรรยายได้ไม่หมดเลยค่ะ ประสบการณ์ความสุขมากมายบนโลกใบนี้ ที่รอให้เราไปสัมผัส
  2. ได้ค้นพบและเข้าใจตัวเอง ทุกประสบการณ์การเดินทางจะสอนให้เรารู้ว่า เราชอบอะไร ไม่ชอบอะไร แล้วก็เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น ได้รู้ในสิ่งไม่เคยรู้ ก็จะเป็นการเปิดมุมมองให้เราได้เข้าใจตัวเอง เช่น เมื่อก่อนปุ๊กคิดว่า ตัวเองเกลียดสัตว์ทุกประเภท ไม่อยากรู้จักหรือสัมผัสกับตัวอะไรเลย แต่พอไปเที่ยว เค้ามีกิจกรรมให้ทำ เราก็ลองทำดู ไม่ว่าจะเป็น ขี่ช้าง อุ้มหมีโคอาล่า ดำน้ำไปดูปลา เล่นกับโลมา ให้อาหารกวางเรนเดียร์ หรือขี่อูฐ ก็ทำให้เราเข้าใจตัวเองว่า เราก็เป็นคนรักสัตว์เหมือนกันนะ
  3. ได้พัฒนาสมอง ในการเที่ยวแต่ละครั้ง จำเป็นจะต้องมีการวางแผน และคำนวณเวลาว่า เที่ยวที่ไหน เดินทางอย่างไร จองโรงแรมอะไร กินอะไร ซึ่งเป็นฝึกการบริหารเวลา และจัดสรรงบประมาณ นอกจากนี้ก็ได้ฝึกภาษา และฝึกการเข้าสังคมไปในตัวด้วยค่ะ ใครที่ยังพูดอังกฤษไม่คล่อง ไปเที่ยวต่างประเทศบ่อยๆ รับรองว่าไม่นานก็จะพูดได้ค่ะ
  4. ได้พัฒนาจิตใจ ได้ฝึกใช้ไหวพริบ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพราะตลอดการเดินทาง อาจจะมีอะไรผิดพลาด ไม่เป็นไปตามแผน เราก็ต้องจัดการให้ได้ ช่วยเหลือตัวเอง และยืดหยุ่นไปตามสถานการณ์ แล้วฝึกความรับผิดชอบ ฝึกความอดทน นอกจากนี้เวลาไปเที่ยวเยอะๆ เราจะเหมือนได้นั่งไทม์แมชชีน ได้ย้อนกลับไปอดีต ตอนไปเที่ยวในประเทศที่ยังไม่ค่อยเจริญ และเหมือนได้ไปยังโลกอนาคต ตอนไปเที่ยวในประเทศที่พัฒนาแล้ว จะได้เห็นสิ่งที่เรามี และสิ่งที่เราขาด เราก็นำมาประยุกต์ใช้ อีกทั้งเราจะรู้สึกคิดถึงประเทศไทย รักประเทศไทย อยากให้ประเทศไทยเจริญและพัฒนายิ่งๆ ขึ้นไป
  5. ได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ในหลายๆ สถานที่ เช่น ไปปีนภูเขา ไปพายเรือ ไปเดินในพระราชวัง จำเป็นจะต้องเดินดู เข้าออกที่นั้นที่นี้ ขึ้นรถลงเรือ ต่อเครื่องบิน ก็ทำให้เราได้บริหารร่างกายด้วยการเดิน วิ่งบ้างบางครั้งถ้าทำเวลาไม่ทัน ก็เป็นการออกกำลังกายไปในตัวนะคะ บางทริปเดินเป็นหมื่นก้าว ข้ามภูเขาเป็นลูก บางทริปเที่ยวนานหลายวัน เดินเยอะจนต้องร้องขอชีวิต (หัวเราะ) ไม่เชื่อต้องลองไปประเทศจีนค่ะ จากหน้าวังไปท้ายวัง เดินตรงๆ ใช้เวลาไปชั่วโมงครึ่งแล้วจ้า คือถ้าให้ไปฟิตเนส ก็บ๊ายบายนะคะ แค่เห็นก็เหนื่อยแล้ว จริงๆ เข้าใจผิดมาตลอดชีวิตเลยค่ะ นึกว่าลู่วิ่งคือราวตากผ้า เพิ่งรู้ว่า อ้าว.. เอาไว้วิ่งออกกำลังกายเหรอเนี่ย… (หัวเราะ)

 

ชีวิตดี เพราะเจอครูดี มี Mentor ช่วยสอน

นอกจากเรื่องท่องเที่ยวแล้ว คุณปุ๊กยังได้ฝากข้อคิดดีๆ ส่งท้ายในบทความนี้ด้วยค่ะ เธอเล่าว่าที่เธอพัฒนาตัวเองจากคนที่ตัวเองไม่ชอบ มาเป็นคนที่ตัวเองชอบ และได้ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองฝันไว้ ส่วนนึงเป็นเพราะเธอโชคดี ที่เจอครูดี มี Mentor ช่วยสอน ทำให้เธอได้เข้าใจตัวเอง มีแนวทางในการพัฒนาตัวเอง และหวังว่าข้อคิดบางอย่างที่ได้เรียนรู้มา จะสามารถเป็นแนวทางให้กับคนอื่นได้ด้วยค่ะ

“เมื่อก่อนปุ๊กเป็นคนเข้าสังคมไม่เป็นเลยค่ะ ไม่ค่อยกล้าพูดกับคนแปลกหน้า เวลาจะทักใครที ก็จะดันให้เพื่อนสนิทเดินไปทักก่อน แล้วเราคอยเดินตามเป็นเงา แอบอยู่หลังเพื่อน รอเพื่อนแนะนำเราให้เขารู้จัก (หัวเราะ) แล้วก็จะตื่นเต้นมากที่จะต้องชวนคนอื่นคุย ก็เดินท่องไปเลย “วันนี้อากาศร้อนจังเลยนะคะ?” แล้วคิดในใจ แล้วถามอะไรต่อดีว้า เหงื่อแตก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการไปงานปาร์ตี้ค่ะ รู้สึกเหมือนไม่มีที่ยืน คนอื่นเขาหัวเราะเฮฮาชนแก้วกัน เรานี่ไปยืนหลบมุม หลังพิงกำแพง ทำตัวลีบๆ อยากจะออกไปจากงานเร็วๆ รู้สึกเป็นส่วนเกินมาก (หัวเราะ) ปัญหาใหญ่คือ ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร กลัวว่าคนอื่นจะไม่ชอบเรา”

เธอกล่าวว่าจุดเปลี่ยนแรกคือ การได้ไปเรียนพูดกับ ครูโอ๋ กฎทอง บุญพรรคนาวิก เจ้าของเพจ ครูโอ๋ พูดดี ชีวิตพุ่ง Charming on Stage ที่ช่วยปรับทัศนคติครั้งใหญ่ในชีวิตให้เธอเลย

“ครูโอ๋ไม่ค่อยได้เน้นฝึกที่ปากนะคะ แต่เน้นฝึกที่ใจ ครูโอ๋สอนว่า มนุษย์สื่อสารกันโดยใช้อารมณ์ความรู้สึก เหตุผลเอาไว้ทีหลัง คนอื่นจำไม่ได้หรอกว่า เราพูดอะไร แต่เขาจะจำได้ว่า เขารู้สึกยังไงกับเรา ฉะนั้นเราก็สื่อสารอารมณ์ออกไป โดยใช้คำพูดที่จริงใจ และเหมาะสม เรียงเรียงความคิดให้เป็นระบบ และหัดได้ยินเสียงที่ตัวเองพูดออกไปด้วยว่า ฟังแล้วลื่นหูไหม หรือฟังแล้วสะดุ้งโหยง (หัวเราะ) นอกจากนี้ก็ยังให้คาถาเมตตา มหานิยมมาค่ะ เมตตาต่อตัวเอง พูดผิดได้ ทำผิดได้ เราไม่ใช่เทพ พูดผิดก็เอาใหม่ ฝึกเยอะๆ จะได้เก่ง เมตตาต่อผู้อื่น คนอื่นก็ไม่ใช่เทพเหมือนกัน ไม่มีใครเพอร์เฟกต์ ไม่ต้องไปจับผิด ไม่ต้องเปรียบเทียบตัวเองกับใคร ให้ยอมรับความแตกต่างและตัวตนของทุกคน และที่สำคัญที่สุด อย่าพยายามเป็นคนอื่น เพื่อให้เขาชอบเรา เพราะมันเหนื่อย แต่จงพยายามเป็นตัวเองแบบที่เราชอบ ในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด Be Your Best Self”

จากคำสอนของครูโอ๋ ทำให้คุณปุ๊กรู้สึกรักตัวเอง และมีความมั่นใจมากขึ้น ก็เริ่มที่จะกล้าพูดคุยกับคนอื่นและพัฒนาไปเรื่อยๆ จนปัจจุบันเธอกล่าวว่าการเข้าสังคมและการพูดคุยกับคนแปลกหน้าไม่ใช่ปัญหาของเธออีกต่อไป แถมยังพูดเก่งจนคนชมว่าเฟรนด์ลี่มากๆ อีกด้วย เวลาที่เธอไปเที่ยวต่างประเทศเธอก็ไปชวนคนอื่นพูด ตั้งแต่นักท่องเที่ยว พนักงานเสิร์ฟ พนักงานโรงแรม แม่บ้าน แม้กระทั่งคุณตำรวจ ก็ยังไปชวนคุยเล่นด้วยเลยค่ะ

นอกจากนี้ท่านที่สองที่เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของคุณปุ๊กคือ พี่ป้อม ปิยพันธ์ วงศ์ยะรา CEO & Founder ของ stock2morrow และ ผู้ก่อตั้ง 2morrow Group ที่เปิดให้โอกาสให้ทำธุรกิจร่วมกัน ซึ่งก็คือ 2morrow Explorer บริษัททัวร์เรือสำราญ ที่เกิดจาก Passion เรื่องท่องเที่ยวรอบโลกของทั้งคู่

“พี่ป้อมเป็นเหมือนพี่ชายที่แสนดี ใจดี แถมเก่งอีกด้วยค่ะ เป็นศิษย์พี่ด้านการท่องเที่ยว มีประสบการณ์เที่ยวต่างประเทศมามากมาย พี่ป้อมเป็นแบบอย่างที่ดีมากๆ ในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และประสบความสำเร็จไปพร้อมๆ กัน ทั้งในเรื่องส่วนตัวและการทำงานค่ะ ในเรื่องส่วนตัวพี่ป้อมเป็นแฟมิลี่แมน ให้เกียรติและรักภรรยาสุดๆ มีเวลาให้ครอบครัวเสมอ ดูแลสุขภาพเข้าฟิตเนสเป็นประจำ แล้วก็มีการพักผ่อน ปาร์ตี้ เชียร์บอล มีงานอดิเรกที่ชอบ ทำให้ชีวิตดูสนุก มีสีสัน และไม่เครียดเลย

ส่วนในด้านการทำงาน พี่ป้อมเป็นนักลงทุน เป็นเจ้าของและผู้บริหารระดับสูง ที่ดูแลหลายธุรกิจมาก และยังลงทุนในหลายๆ Startups อีกด้วยค่ะ เป็นคนมีวิสัยทัศน์ไกล มองเห็นเทรนด์ในอนาคต และมักจะเป็นผู้นำ ผู้ริเริ่มในการทำสิ่งต่างๆ เสมอ พี่ป้อมกรุณาเป็น Mentor ให้ เวลาปุ๊กมีปัญหา ก็จะไปปรึกษาขอคำแนะนำ ซึ่งจะได้ทั้งแง่คิดดีๆ และกำลังใจที่สุดยอด ที่ทำให้เรามีพลังก้าวผ่านอุปสรรคปัญหาไปได้ค่ะ

นอกจากนี้พี่ป้อมเคยให้คาถาไว้ว่า ททท ทำทันที สั้นๆ แค่นี้เลยค่ะ ซึ่งในความคิดเห็นของปุ๊ก ปุ๊กคิดว่าคนส่วนใหญ่คงได้แต่คิด คิดเยอะ แต่ไม่ยอมลงมือทำสักที ชอบผัดวันประกันพรุ่ง ขี้เกียจ เบื่อ ไม่ชอบ ไม่อยาก อะไรก็แล้วแต่ ที่เป็นข้ออ้างให้เราไม่ต้องทำ (หัวเราะ) ทีนี้ถ้าเราอยากเก่ง อยากสำเร็จ เราจำเป็นต้อง ททท ทำทันที เลยค่ะ ไม่มีใคร สามารถสร้างผลงานจากการคิดเก่งได้ รู้แต่ไม่ทำ ก็เหมือนคนไม่รู้ จริงไหมคะ

แล้วก็อย่าลืม ททท เที่ยวทุกที่ ไปกับเรา 2morrow Explorer นึกถึงเรือสำราญ นึกถึงเรานะคะ
แอบ tie in อีกแล้ว (หัวเราะ) ”

“ไอดอล และ Mentor คนสุดท้ายที่สำคัญที่สุดในชีวิตของปุ๊ก จะเป็นใครไปไม่ได้เลย นอกจากคุณพ่อของปุ๊กเองค่ะ ป๊าเป็นนักธุรกิจที่สร้างฐานะขึ้นมาด้วยตัวเอง เป็นคนที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และมีคุณค่าจนน่าอิจฉา เป็นที่รักและเคารพนับถือของคนในครอบครัว และคนรอบข้างเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ป๊ายังทำหน้าที่เป็นคุณพ่อที่ดี รักลูกอย่างหมดหัวใจ และตั้งใจสอนลูกอย่างเต็มที่ แต่ลูกก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้างนะคะ ตามสติและปัญญาของลูกเอง (หัวเราะ)

ยังไงก็ตาม ปุ๊กก็อยากพัฒนาตัวเองให้เก่ง ได้สักครึ่งนึงของป๊าก็พอใจแล้วค่ะ (หัวเราะ) ความเก่งของป๊ามีเยอะ ขอยกตัวอย่างมาสัก 5 ข้อแล้วกันนะคะ ได้แก่ เก่งในการบริหารตัวเอง บริหารงาน บริหารคน บริหารเงิน และเก่งในการอดทน ไม่ยอมแพ้

  1. บริหารตัวเองเก่ง ด้วยการมีวินัยสูง และรับผิดชอบสูง ป๊าสอนว่าความไว้วางใจ และความน่าเชื่อถือต้องรักษาไว้อันดับหนึ่ง ถ้าเราทำดี ชื่อเสียงเราก็จะดี มีแต่คนรัก และบอกต่อด้วยความชื่นชม จะมีโอกาสเข้ามาในชีวิตเยอะ ดึงดูดความเฮงเข้ามา แต่ถ้าเราทำไม่ดี โกง ไม่รับผิดชอบ ชื่อเสียงเราก็จะเสีย จะไม่มีใครไว้ใจให้งานหรือให้โอกาสอีก และแน่นอนว่า คนเม้าส์และนินทากันให้แซ้ดไปเลยค่ะ
  2. บริหารงานเก่ง ด้วยการรู้ลึก รู้จริง เชี่ยวชาญในสิ่งที่เราทำ ช่วยแก้ไขปัญหาให้คนอื่นอย่างตั้งใจ และพัฒนาตัวเองตลอด ต้องรู้จักเปลี่ยนแปลงก้าวให้ทันโลก อัพเดทเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ คนที่ไม่ยอมเปลี่ยน จะอยู่ไม่ได้ และถึงอยู่ได้ ก็จะลำบาก โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ AI และหุ่นยนต์จะเข้ามา Disrupt หลายๆ ธุรกิจ ก็ต้องเร่งปรับตัว
  3. บริหารคนเก่ง ด้วยการเข้าใจตัวเอง เข้าใจคนอื่น และเข้าใจสถานการณ์โดยรวม ไม่ต้องชี้นิ้วหาคนผิด มีปัญหาต้องช่วยกันแก้ไข ช่วยกันรับผิดชอบ เอาความสุขเป็นที่ตั้ง ทำอะไรถ้าจะให้ดีต้อง Win-Win เค้าได้ เราได้.. ไม่ใช่เราอยากได้ฝ่ายเดียว ใครเสียก็ช่างมัน แล้วก็ในการทำงาน ต้องรู้จักดึงจุดแข็งของคนอื่นมาใช้ และเลี่ยงจุดอ่อนของเค้าด้วย
  4. บริหารเงินเก่ง ด้วยการเข้าใจบัญชี ภาษี และกฎหมาย จะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ ถ้าเราไม่ดูแลตัวเลข ไม่ดูแลการเงินของเรา แล้วใครจะมาช่วยดูแล บริหารรายรับ รายจ่าย หนี้ และกระแสเงินสดให้ดีๆ รวมถึงรู้จักกระจายความเสี่ยงไว้ด้วย อย่าเก็บไข่ 10 ฟองไว้ในตะกร้าใบเดียว ถ้าตะกร้าแตก ไข่ก็จะแตกหมดเลย ฉะนั้นต้องแบ่งไข่ใส่ตะกร้าไว้หลายๆ ใบ เวลาเกิดความเสียหายที่ตะกร้าใบไหน จะได้ยังมีไข่เหลือในตะกร้าใบอื่นๆ ไม่เดือดร้อน
  5. เก่งในการอดทน ไม่ยอมแพ้ ป๊าสอนให้ หัดทำตัวเป็นตุ๊กตาล้มลุก พอล้มปุ๊บให้ลุกปั๊บ ล้มอีกก็ลุกอีก ล้มอีกก็ลุกอีก ไม่ต้องเสียใจนาน ไม่ต้องโทษตัวเอง ไม่ต้องโทษคนอื่น ไม่ต้องโทษชะตาชีวิต แค่ล้มแล้วรีบลุก อดทน ทุกประสบการณ์ในชีวิต จะทำให้เราแข็งแกร่งและเก่งขึ้น และถ้าเราอดทน ไม่ยอมแพ้ ยังไงสักวัน เราก็ต้องทำสำเร็จได้ดังใจค่ะ

และหญิงปุ๊กก็กล่าวปิดท้ายด้วยคติพจน์ของเธอที่ว่า…

“เก่งและดี มีความสุข สำเร็จดังฝัน ทำได้ดังใจ”

 


ขอบคุณภาพจาก www.2morrowexplorer.com

ให้กำลังใจผู้เขียนกันหน่อย :